slow but tour We believe in traveling more slowly and seeing what's around you, immersing yourself in the local landscape, the history and culture, the food and the people.

ชอบความช้าๆ ของการตื่นนอนมาแล้วยังไม่ลุกจากเตียงง่ายๆ เวลาไปเที่ยวก็เป็นพวกเชื่องช้า เริ่มสาย บ่ายๆ กลับ
เราไม่ใช่สายเช็คอินที่เที่ยวฮิตๆ ชอบที่เงียบๆ ไปยากๆ ชอบระหว่างทาง ชอบตลาด บางทีเราขี่จักรยาน มอเตอร์ไซค์ ขับรถเป็นส่วนใหญ่ หรือบางทีเดินเท้าเอาก็สบายดี
ปีนี้ 2021 ตั้งใจจะไปเมืองที่ฝันไว้ในใจมานานแล้ว ครบหมดนี้ได้ ก็ถือว่าเพจประสบความสำเร็จ!

ทริป 20212/002: ลุงชวนป้ารีโฮมสเตย์พายแคนูกว๊านพะเยาเชฟเทเบิ้ลคุณพ่ออาดัม อุทยานแห่งชาติดอยหลวง เคยไปกว๊านนานแล้ว อยากไป...
01/01/2021

ทริป 20212/002:

ลุงชวนป้ารีโฮมสเตย์
พายแคนูกว๊านพะเยา
เชฟเทเบิ้ลคุณพ่ออาดัม
อุทยานแห่งชาติดอยหลวง

เคยไปกว๊านนานแล้ว อยากไปอีก

คิดถึงญี่ปุ่น
30/06/2020

คิดถึงญี่ปุ่น

สถานการณ์โควิด - 19 กระทบผู้คนทั้งโลก จนทำให้เกิดพฤติกรรมใหม

ทริปตามรอยหนัง หมายเลข 3ภาพยนตร์ Love Letter**Love Letter ฉบับภาพยนตร์ภาษาญี่ปุ่น ออกฉายในปี 1995 ผลงานของผู้กำกับชุนจิ ...
02/06/2016

ทริปตามรอยหนัง หมายเลข 3
ภาพยนตร์ Love Letter

**Love Letter ฉบับภาพยนตร์ภาษาญี่ปุ่น ออกฉายในปี 1995 ผลงานของผู้กำกับชุนจิ อิวาอิ (All About Lily Chou-Chou, Hana&Alice) เรื่องของวาตานาเบะ ฮิโรโกะที่บังเอิญได้ที่อยู่ในวัยเด็กของชายคนรักซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว จึงคิดเล่น ๆ ว่าจะเขียนจดหมายหาเขาบนสวรรค์ เธอเขียนจดหมายส่งไปตามที่อยู่นั้น ทว่ากลับมีจดหมายจากคนชื่อนามสกุลเดียวกับคนรักของเธอตอบกลับมา คนที่เขียนจดหมายดังกล่าวคือ ฟุจิอิ อิทสึกิ หญิงสาวจากฮอกไกโดผู้มีหน้าตาเหมือนฮิโรโกะราวกับฝาแฝด ขณะที่การโต้ตอบจดหมายเริ่มขึ้น หญิงสาวทั้งสองก็ได้ออกเดินทางย้อนสู่ความรักในอดีตที่ยังอยู่ในความทรงจำไปพร้อมๆ กัน

LOVE LETTER

“มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความทรงจำ และความทรงจำนั้น เป็นทั้งพันธนาการและปลดปล่อยเราได้ในขณะเดียวกัน”

สถานที่นี้มีความรัก...
Love Letter หนังรักภาษาญี่ปุ่นที่อยู่ในดวงใจใครหลายคนนั้น เท้าความตามสถานที่ในเรื่อง เกิดขึ้นที่เมืองโกเบและโอตารุ แต่สถานที่ที่ใช้ถ่ายทำส่วนใหญ่กลับอยู่ที่เมืองโอตารุ เมืองท่าขนาดกะทัดรัดที่น่ารักอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในสายตาของคนมีความรัก

เหตุผลหลักๆ ที่เราเดินทางไปโอตารุ ครึ่งหนึ่งคือการตามรอยเท้าไปในหลายๆ สถานที่สำคัญของหนัง ส่วนอีกครึ่งคือการค้นพบว่าโอตารุเต็มไปด้วยเสน่ห์ของเมืองที่มีเรื่องราวซุกซ่อนไว้ทุกตรอกซอกซอย ไม่นับว่าเป็นแหล่งร้านอาหารระดับทีวีแชมเปี้ยน ร้านกระจุกกระจิกสองข้างทางที่ชวนให้แวะตลอดเวลา และเป็นอีกหนึ่งเมืองโรแมนติกจนรู้สึกได้ว่าการมีอีกเงาที่เดินเคียงข้างคงไม่ทำให้เหงาจนเกินไปนัก

Scene 01: ฉากที่ฮิโรโกะแอบจดที่อยู่ของอิทซึกิจากหนังสือรุ่นสมัยมัธยมของเขา เพราะความคิดถึงจนอยากจะเขียนจดหมายไปหาแม้ว่าเขาจะไม่อยู่แล้วก็ตาม ฉากนี้ถ่ายทำที่ The Former Suhara Residence อาคารที่นับเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองโอตารุ

เมืองเล็กๆ แห่งนี้ท่องเที่ยวง่ายมาก โดยส่วนใหญ่จะเริ่มต้นเดินเท้าจากสถานีโอตารุ ผ่านถนน Sepia-Dori Street จนไปถึงย่านกลางเมืองที่เรียกว่า Miyako-dori Arcade สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านอาหารและร้านรวงชวนแวะ เป็นย่านช้อปปิ้งในอาคารเก่าแก่ที่เพิ่มความขลังให้รู้สึกว่าทุกไอเท็มในร้านนั้นน่าจับจองไปเป็นเจ้าของ ไม่ไกลกันนักมีจุดให้เช่าจักรยานหากต้องการซึมซับบรรยากาศของเมืองแบบเนิบช้า จากโซนช้อปปิ้งให้เดินต่อไปบน Nichigin-dori Street ตรงไปยังคลองโอตารุ จะผ่านทั้ง Otaru City Museum of Art และ Otaru Grand Hotel Classic ซึ่งตัวอาคารคลาสสิกสมชื่อจริงๆ ดื่มด่ำกับฉากถนนสวยๆ ให้เต็มที่ แล้วก้าวต่อไปจนถึงถนนเลียบคลองโอตารุ ถนนเส้นนี้สวยมากเพราะขนานไปกับคลองน้ำใสที่สะท้อนให้เห็นสิ่งแวดล้อมรอบตัวยามนั้น จะมาตอนเช้าสายบ่ายเย็นหรือค่ำคืนก็รู้สึกหัวใจเบิกบานขึ้นได้ 3 ระดับ

Scene 02: Otaru Canal Craft Hall อีกหนึ่งสถานที่ในการถ่ายหนัง ฉากที่ฮิโรโกะมาหาอากิบะ เจ้าของสตูดิโอทำแก้วที่แอบรักเธออยู่ ในขณะที่เธอยังไม่ลืมคนรักที่เสียชีวิตไปแล้ว อากิบะฝากคำคมให้เธอกลับไปนอนขบคิด “ปล่อยเขาเป็นอิสระ แล้วคุณจะเป็นอิสระด้วย”

โอตารุเคยเป็นเมืองท่าที่สำคัญ สังเกตได้จากโกดังท่าเรือที่ยาวเหยียดคู่ขนานไปกับคลองโอตารุ จนกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่ทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยวต่างใช้เวลามาพักผ่อนหย่อนใจกันเป็นประจำ ในช่วงหน้าร้อนกิจกรรมสารพัดสารพันจะเกิดขึ้นให้เรารู้สึกอิจฉาชาวเมืองเล่นๆ ขณะที่ฤดูหนาวจะอิจฉาหนักอีกนิด เพราะจะมีการสร้างบ้านหิมะ และตุ๊กตาหิมะประดับเต็มถนนข้างคลอง ช่วงที่ควรไปเดินเล่นที่สุดเห็นจะเป็นช่วงเย็นถึงหัวค่ำที่จะมองเห็นโคมไฟสีอมเหลืองส่องสว่างเป็นทิว ประกอบกับเสียงตามสายเปิดเพลงกล่องดนตรีกรุ๊งกริ๊งสร้างบรรยากาศให้นึกถึงคนที่รัก จนเราคิดอยากจะนั่งลงเขียนจดหมายรักเสียเดี๋ยวนั้น

Scene 03: Ironai Crossing สี่แยกตรงหัวมุมถนน Sakaimachi-dori ตัดกับถนน Nichigin-dori เป็นที่ตั้งของไปรษณีย์โอตารุ อันเป็นฉากที่ตัวละครเอกทั้งสองสวนทางกัน ฮิโรโกะเดินทางมาโอตารุเพื่อพบอิทซึกิ เมื่อไม่พบเธอจึงเดินทางกลับโกเบ ขณะเดียวกันอิทซึกิกำลังขี่จักรยานมาส่งจดหมายถึงเธอที่ตู้ไปรษณีย์

พักเรื่องรักแล้วเดินย้อนกลับไปบนถนน Sakaimachi-dori ถนนเส้นที่เต็มไปด้วยร้านเก่าแก่ ที่เป็นหน้าตาของเมืองก็เรื่องเครื่องแก้วทำมือ กล่องดนตรี และอาหารทะเล ตลอดสองข้างทางจะเห็นร้านขายเครื่องแก้วที่วิบวาวน่าหยิบจับมาชื่นชม นอกจากตัวสินค้าการตกแต่งร้านก็ต้องยกให้เขา ที่สามารถเปลี่ยนแปลงโกดังให้กลายเป็นร้านค้าได้อย่างเหมาะเจาะ ระหว่างทางโปรดสังเกตร้านซูชิของเชฟนากาอิชิ อร่อยจริงจังจนทำให้จำซูชิที่เคยกินๆ มาไม่ได้เลย และเมื่อเดินมาจนสุดถนนซาไกมาจิจะพบกับร้านขายกล่องดนตรีของเมือง Otaru Orgel Emporium หน้าร้านมีนาฬิกาพลังไอน้ำที่ยังใช้งานได้จริง ทุกๆ ชั่วโมงจะร้องบอกเวลาให้ใครผ่านไปผ่านมาก็ต้องมารอฟัง ภายในร้านก็เป็นอีกหนึ่งช่วงที่ต้องเสียเวลาเดินชมมิใช่น้อย เพราะกล่องดนตรีมีประมาณล้านแบบล้านเพลง เดินวนไปมาเหมือนเขาวงกต ลงท้ายต้องเสียทรัพย์นำกลับบ้านไปด้วยเป็นที่ระลึก ในกรณีที่มากับคนรักคงต้องสั่งทำกล่องดนตรีเป็นของตัวเองกับเพลงประจำตัวที่ฟังแล้วยิ้มให้กันอยู่สองคน

Scene 04: ห้องสมุดคือสถานที่เก็บซ่อนความทรงจำเอาไว้ หนังเลือกใช้อาคารเก่าของ Former Nihon Yusen Co.,Ltd มาเป็นห้องสมุดที่อิทซึกิทำงานอยู่ ความเรียบง่ายของงานบรรณารักษ์คล้ายกับความเรียบง่ายของเมืองโอตารุที่ไม่ได้มีอะไรหวือหวา

นอกจากจะเป็นเมืองโรแมนติก โอตารุยังเป็นเมืองที่ว่ากันว่าซูชิอร่อยที่สุดอีกเมืองในญี่ปุ่น เหล่านักชิมจึงต้องมุ่งหน้าไปถนนซูชิยะ แหล่งรวมร้านซูชิระดับตำนานที่อยู่ไม่ไกลจากสถานีโอตารุ และที่ต้องตื่นแต่เช้าฉุดร่างให้ลุกขึ้นไปชมคือตลาดปลาที่นานาสัตว์น้ำสดใหม่จากท้องทะเลจะทำให้ตื่นเต้นจนลืมง่วง โดยเฉพาะปูทาราบะตัวโตที่เป็นเจ้าพ่อประจำตลาด สนนราคาอาจชวนเป็นลมแต่รสชาติก็ทำให้เราลืมไม่ลงในคราวเดียวกัน กระนั้นก็ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะตามร้านรวงเขาเสิร์ฟปูทาราบะเป็นท่อนๆ ในราคาพอสู้ไหว ไม่ได้มาเป็นตัวให้กระเป๋าแบนแฟนทิ้งแต่อย่างใด

แม้ว่าโอตารุจะเป็นเมืองเล็กๆ ที่ไม่มีอะไรให้ชมได้ 3 วัน 7 วัน นักท่องเที่ยวทั่วไปอาจจะใช้เวลาแค่ครึ่งวันหรือวันเดียวในการเที่ยวเมืองนี้ แต่ภายใต้ความเรียบง่ายและเงียบสงบของเมืองมักจะซุกซ่อนเสน่ห์บางอย่างที่ต้องใช้เวลาค้นหาด้วยตัวเองจึงค้นพบ

Scene 05: โถงทางเข้าของ Otaru City Hall ถูกใช้เป็นฉากในโรงพยาบาล เราจะเห็นอิทซึกินั่งคอยตรงเก้าอี้ แล้วนึกภาพย้อนกลับไปถึงครั้งที่พ่อเธอเสียชีวิตที่โรงพยาบาลนี้ ความทรงจำผุดขึ้น พร้อมๆ กับที่เธอเริ่มนึกถึงผู้ชายชื่อ-นามสกุลเดียวกันในสมัยมัธยม

Love Letter ตลอดทั้งเรื่องมีฉากหลังปกคลุมด้วยหิมะในฤดูหนาว สีขาวหนาหนักให้ความรู้สึกอึดอัดและเหน็บหนาว จนมาถึงตอนท้ายของเรื่องที่แสงสว่างอันอบอุ่นปรากฏ ฤดูใบไม้ผลิกลายเป็นสัญลักษณ์ของความคลี่คลาย และการเริ่มต้น นี่อาจเป็นเหตุผลที่เราเลือกเดินทางมาโอตารุในฤดูร้อน

เขียนจดหมายหาใครสักคนที่รัก หย่อนตู้ไปรษณีย์เมืองนี้ แล้วให้ความรักค่อยๆ ออกเดินทาง

ทริปตามรอยหนัง หมายเลข 2ภาพยนตร์: เพื่อนสนิท“หวัดดี ดากานดาแกนึกไม่ถึงแน่ๆ ว่าตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหน แต่ช่างมันเหอะ แกคงไม่...
01/06/2016

ทริปตามรอยหนัง หมายเลข 2
ภาพยนตร์: เพื่อนสนิท

“หวัดดี ดากานดา
แกนึกไม่ถึงแน่ๆ ว่าตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหน แต่ช่างมันเหอะ แกคงไม่อยากรู้เท่าไหร่หรอก ฉันแค่อยากจะบอกว่าที่ๆ ฉันอยู่ตอนนี้ เวลาเหมือนจะหยุดนิ่งเลยล่ะแก บางทีมันอาจจะเดินถอยหลังด้วย ฉันเลยนึกถึงแกขึ้นมาไงล่ะ”

10 ปีที่แล้ว หนังเรื่องเพื่อนสนิทเข้าฉาย หนังที่ว่าด้วยเรื่องของผู้ชายชื่อไข่ย้อย หนีรักจากเชียงใหม่ลงใต้ไปเกาะพะงัน หนังเรื่องนี้ครึ่งหนึ่งพาเราไปเที่ยวย่านต่างๆ ของเกาะในภาพที่สวยงามจนเราเก็บความจำเกี่ยวกับพะงันเอาไว้ในแบบนั้น แต่ 10 ปีผ่านไปอะไรก็เปลี่ยน พะงันในวันนี้เปลี่ยนหน้าตาไปพอสมควร เรือนไม้สองข้างทางย่านท้องศาลาก็ปรับเปลี่ยนกลายเป็นตึกแถว มีร้านสะดวกซื้อผุดขึ้นมาสร้างความคึกคักทุกย่านชุมชน รวมไปถึงปาร์ตี้ที่จัดกันทุกวันนอกเหนือฟูลมูนซึ่งดึงดูดนักเดินทางทั่วโลกมาสนุกสุดเหวี่ยง ถึงหลายอย่างจะเปลี่ยนไปตลอดกาล การเดินทางรอบเกาะพะงันหลายครั้งในรอบ 10 ปีมานี้ ยังคงความงามในแบบที่เรียกร้องให้เดินทางกลับไปซ้ำๆ ได้เสมอ

พะงันไม่มีสนามบิน หนทางเดียวในการเดินทางมาคือเรือ ท่าเรือหลักของพะงันอยู่ที่บ้านท้องศาลา เป็นย่านเก่าแก่มาตั้งแต่ดั้งเดิม ย่านนี้เคยเต็มไปด้วยเรือนแถวไม้เต็มสองข้างทางของตรอกซอกซอยเล็กๆ ทุกวันนี้ยังพอมีเรือนแถวไม้เก่าแก่หลงเหลือให้ได้ชมอยู่บ้าง เดินชมเมืองเหนื่อยๆ แนะนำให้พักดับร้อนที่ร้าน Nira’s เป็นร้านเบเกอรี่ที่เปิดมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1985 ขนมปังโฮมเมดหอมๆ พร้อมด้วยกาแฟเข้มๆ ทำให้ไม่ต้องแปลกใจที่นักท่องเที่ยวจะนั่งกันแน่นร้าน นอกจากนี้ตลาดขนาดกะทัดรัดที่อยู่ไม่ไกลกัน นับได้ว่าเป็นแหล่งแฮงค์เอาท์ยามเย็นของนักเดินทางนานาชาติที่จะมารวมตัวสั่งอาหารรถเข็นในตลาดเป็นดินเนอร์ทอล์คสุดสนุก

“หวัดดี ดากานดา
ถ้าบังเอิญนะดากานดา ถ้าบังเอิญแกเบื่อห้วยฒึงเฒ่า และคิดจะมาเที่ยวเกาะพะงันช่วงนี้ มาดูว่าทะเลของจริงน่ะเป็นไง แกจะต้องได้เห็นว่า ภาพที่นุ้ยหอบหิ้วฉันซ้อนมอเตอร์ไซค์ตระเวนไปทั่วเกาะ ได้กลายเป็นภาพที่ตลกที่สุดของคนที่นี่”

ทะเลของจริงเป็นยังไงน่ะเหรอ ถ้าเรียกมาจากภาพจำในสมองก็คงจะเป็นทะเลใสน้ำสีฟ้า โค้งอ่าวทรงกลม ทรายสีขาวละเอียดนุ่มทุกครั้งที่ก้าวเท้าเดิน ภาพอย่างที่ว่ามา หาดท้องนายปานไม่ไกลเกินคำเหล่านั้น

ท้องนายปานคือชายหาดด้านบนของเกาะ แบ่งออกเป็นท้องนายปานน้อยและท้องนายปานใหญ่ แต่ที่พลุกพล่านที่สุดก็ต้องท้องนายปานใหญ่ที่มีเขาสูงขึ้นขนาบอยู่สองข้าง ความที่เป็นหาดอยู่ไกลที่สุด เดินทางยากที่สุดของเกาะ ทำให้ท้องนายปานไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวชาวไทยเท่าไหร่นัก ระยะการเดินเล่นจากปลายหาดด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งราว 2 กิโลเมตร ความที่หาดทรายเนียนละเอียด จึงเหมาะอย่างยิ่งกับการนอนอาบแดดได้ตลอดทั้งวัน ช่วงสายๆ เราจะเห็นชาวยุโรปเริ่มกางผ้าปูนอนบนผืนทราย มีหนังสือคู่มือคนละเล่ม แล้วเริ่มต้นกิจกรรมอาบแดด มีเว้นระยะลงไปเล่นน้ำบ้าง พักไปนอนนวดบ้าง เดินเล่นบ้าง ทั้งหลายปวงคือการพักผ่อนอย่างเต็มที่ นอนทิ้งตัวริมทะเลไม่ต้องคิดอะไรให้มากมาย

ช่วงดื่มด่ำชมพระอาทิตย์ตก แนะนำว่าควรปีนขึ้นเขาไปชมวิวพาโนราม่า ทางชันเอาเรื่องทีเดียวแต่คุ้มค่ากับวิวที่ได้มา เนินทุ่งหญ้าบนยอดเขามองลงมาเห็นอ่าวทั้งเวิ้ง ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์คล้อยต่ำลงเรื่อยๆ แสงสุดท้ายของวันช่างงดงามกว่าจะหาคำอะไรมาบรรยาย เราว่าท้องนายปานน่าจะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยสุดอีกแห่งของเกาะ

“สวัสดี ดากานดา
ชีวิตที่พะงันทำให้ฉันเรียนรู้ความจริงข้อหนึ่งว่า ส่วนที่ดีที่สุดของการเขียนจดหมาย ไม่ได้อยู่ที่ตอนมานั่งนึกว่าเขาจะอ่านจดหมายของเราหรือเปล่า แต่เป็นตอนที่เราคิดจะเขียนถึงเขาเสียมากกว่า…

การคิดถึงใครสักคนอย่างยิ่ง คือตอนที่เราผ่านความสนุกในระดับอะดรีนาลีนพุ่งพล่าน ความสนุกระดับ 8.5 ของการเที่ยวพะงันคือการเช่ามอเตอร์ไซค์ขับรอบเกาะ ด้วยความที่รถไม่เยอะ ถนนก็สวยสุดขีด บอกเลยว่าไม่ควรพลาดโปรแกรมเดย์ทริปนี้ด้วยประการทั้งปวง เส้นทางยอดนิยม คือจากหาดริ้นไปบ้านใต้ แล้วผ่ากลางเกาะไปที่หาดโฉลกหลำ แล้วไปนอนทะเลรอแดดร่มลมตกที่เกาะม้า ก่อนจะเลาะเลียบทะเลกลับไปที่ท้องศาลา และวนกลับหาดริ้นในท้ายที่สุด

ถนนจากหาดริ้น เข้ามาบ้านใต้คือความชัน เพราะต้องขี่ขึ้นเขาสูงติดๆ กันหลายคดโค้งที่ชวนให้หวาดเสียวหน่อยๆ แต่วิวพานอราม่าจากบนเขามองลงไปคือทะเลทั้งเวิ้งที่รอเราอยู่ตรงหน้า ถนนเส้นนี้เลียบทะเล มีร้านอาหารรวมถึงคาเฟ่ให้เลือกแวะพักชมวิวอยู่ไม่น้อย จากบ้านใต้เราขับผ่านถนนเส้นที่ดิ่งไปอ่าวโฉลกหลำ ซึ่งจะผ่านร้านไอศกรีมโฮมเมดชื่อดังของเกาะ เป็นจุดพักที่คู่ควร เพราะไอศกรีมที่นี่อร่อยมาก แนะนำไอศกรีมมะพร้าว ที่มาพร้อมเนื้อมะพร้าวอ่อนกรุบๆ หวานหอมกำลังดี และไอศกรีมฟักทองที่หวานละมุน กลิ่นฟักทองหอมๆ ในเนื้อไอศกรีมเนียนๆ ดับร้อนจากการเดินทางผ่านแดดได้ดีเหลือเกิน

อ่าวโฉลกหลำเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมงแต่ดั้งเดิม หมู่บ้านชาวประมงที่ตั้งอยู่ใกล้กับท่าเรือโฉลกหลำสามารถเดินชมวิถีชีวิตได้อย่างเป็นกันเอง ด้วยความที่เป็นหมู่บ้านลูกทะเล ดังนั้นมื้อกลางวันซีฟู้ดแบบครบเซ็ทควรเกิดขึ้นที่นี่ ทั้งความสดของอาหารและราคาเป็นมิตร

หาดทรายของโฉลกหลำโดดเด่นด้วยก้อนหินที่มีสาหร่ายสีเขียวขึ้นปกคลุมจนเป็นงานศิลปะทางธรรมชาติที่สวยงามอย่างยิ่ง และที่อยู่ติดกับหาดโฉลกหลำคือหาดขอม หาดที่ใครๆ นิยมมาดำน้ำดูปะการังกันที่นี่ และนักเดินทางสายแอดเวนเจอร์ ควรเทร็กกิ้งข้ามเขาจากหาดขอมไปยังหาดขวด ใช้เวลาเดินเท้าขึ้นเขาลงห้วยระยะทาง 5 กิโลเมตร เช่นกัน วิวจากบนเขา เราจะมองเห็นชายหาดทั้งสองฝั่งและทะเลไกลสุดลูกหูลูกตาเบื้องหน้า
จุดแวะพักลำดับต่อไปคือหาดแม่หาด ที่นี่มีทะเลแหวกที่เราสามารถเดินบนสันดอนทรายไปถึงเกาะม้าได้ด้วย ตามข้อมูลของไกด์บุ๊คจำนวนมาก ทะเลแหวกแม่หาดเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดของเกาะพะงัน เพราะอยู่ในมุมพระอาทิตย์ตกพอดิบพอดี จากบ้านแม่หาด เราสามารถขับล่องเลาะริมทะเลได้เรื่อยๆ ถ้ามีเวลาให้แวะแต่ละหาดซึ่งมีความสวยงามแตกต่างกันไป ตั้งแต่หาดสลัด หาดเทียน หาดยาว หาดสั้น ฯลฯ ลงมาจนถึงบ้านท้องศาลา ระหว่างทางเส้นนี้ เราจะเห็นคาเฟ่น่ารักๆ เป็นระยะๆ รวมทั้งรีสอร์ท บังกะโลจำนวนมากมายที่น่ารักน่าพักอย่างยิ่ง

“ดากานดา
ตอนนี้ฉันถอดเฝือกออกแล้วนะ ถึงจะยังไม่ค่อยหายดีเท่าไหร่ แต่เมื่อวานนี้ฉันก็ยัดของลงเป้และพร้อมที่จะออกเดินทางอีกครั้ง จะไปไหนน่ะเหรอ คงเป็นสักที่ที่เวลาเลิกเดินถอยหลัง แล้ววันใหม่ของฉันจะเริ่มต้น”

หาดริ้นช่วงกลางวัน จะว่าไปก็เหมือนคนที่ยังหลับลึก มาตื่นอีกทีก็ช่วงบ่ายแก่ๆ ที่เมืองทั้งเมืองกลับมาคึกคักอีกครั้ง ไม่ต้องแปลกใจไป เพราะที่นี่คือดินแดนปาร์ตี้ระดับโลกที่นักท่องเที่ยวตั้งแต่ยุค 90s เป็นต้นมาหวังใจว่าสักครั้งจะเดินทางมาสนุกสุดเหวี่ยง จุดเริ่มต้นของฟูลมูนปาร์ตี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1987-1988 โดย Paradise Bangalows รีสอร์ทเจ้าแรกๆ ที่เริ่มจัดปาร์ตี้ในคืนวันพระจันทร์เต็มดวง ทำไปทำมาจนกลายเป็นประเพณีระดับสากลไปแล้ว

บาร์บริเวณหาดริ้นมีให้เลือกเยอะมาก แต่ถ้าเอาแบบเจ้าแรกและดั้งเดิม แนะนำ The Rock บาร์ที่อยู่ติดก้อนหินขนาดใหญ่สุดหาดทางใต้ของหาดริ้น Paradise Bangalows ต้นตำรับฟูลมูนปาร์ตี้ที่ดำเนินกิจการมาถึงวันนี้ ด้านในเป็นบาร์ขนาดใหญ่มาก และ Sunrise Beach Club บาร์นี้จัดโชว์ดีเจห้าวันล่วงหน้าก่อนพระจันทร์เต็มดวง เป็นการอุ่นเครื่อง นอกจากปาร์ตี้ดื่มพระจันทร์เต็มดวงแล้ว เกาะพะงันยังมีปาร์ตี้แบบ Half Moon และ Black Moon อีกด้วย ซึ่งจะจัดที่ชายหาดบ้านใต้ รวมถึง Waterfall Party ที่จะจัดสองวันก่อนและหนึ่งวันหลังฟูลมูนปาร์ตี้ และยังมีปาร์ตี้แบบรายวันที่จัดตามสถานที่ต่างๆ กันไป โดยจะเป็นอันรู้กันจากป้ายโฆษณาที่ติดไว้ทั่วเมือง

ทุกๆ วันพระอาทิตย์ขึ้นที่หาดริ้น ถ้าไม่นับปาร์ตี้ฟูลมูนที่ฉลองกันยันเช้า วันอื่นๆ แทบไม่มีใครตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ทะเล ทั้งๆ ที่บริเวณนี้เป็นชายหาดฝั่งที่พระอาทิตย์ขึ้นตรงหน้า เกาะพะงันก็เช่นเดียวกัน ในความงดงามทางธรรมชาติที่มีแต่ดั้งเดิมถูกบดบังด้วยแสงสีและปาร์ตี้เฟสติวัล ไม่แน่เหมือนกัน ถ้าไข่ย้อยไปพะงันทันยุคที่เริ่มปาร์ตี้กันแล้ว เรื่องราวของหนังจะเปลี่ยนไปอย่างไร และความรักของเขาจะจบลงอย่างไร

ทริปตามรอยหนัง หมายเลข 1ภาพยนตร์ รักจังLocation: น้ำตกผาดอกเสี้ยว บ้านแม่กลางหลวง และกิ่วแม่ปาน อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท...
31/05/2016

ทริปตามรอยหนัง หมายเลข 1
ภาพยนตร์ รักจัง

Location: น้ำตกผาดอกเสี้ยว บ้านแม่กลางหลวง และกิ่วแม่ปาน อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ. เชียงใหม่

Story: ซูเปอร์สตาร์ชื่อดัง หนีจากคิวงานแน่นเอี๊ยดไปพักผ่อนเพียงลำพังทางภาคเหนือ แต่เกิดอุบัติเหตุทำให้สูญเสียความทรงจำไป โชคดีที่เขาได้รับการช่วยเหลือจากชาวไทยภูเขา จนได้ใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขา โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าซูเปอร์สตาร์คนดังหายไปไหน แต่แล้วนักข่าวสาวถังแตกกลับมาเจอเข้า ด้วยความใกล้ชิดผูกพัน กลายเป็นว่าแทนที่จะเอาภาพซูเปอร์สตาร์ไปขายอย่างที่ตั้งใจ ก็กลับเป็นความรัก...

Info: น้ำตกผาดอกเสี้ยว มีน้ำตกแห่งหนึ่งในหนังเรื่องรักจัง ที่ตามท้องเรื่องเป็นน้ำตกในหมู่บ้านที่พระเอก ฟิล์ม รัฐภูมิไปอาศัยอยู่ ตามความจริงแล้ว คือน้ำตกผาดอกเสี้ยว น้ำตกสวยของบ้านแม่กลางหลวง บริเวณกิโลเมตรที่ 26 ระหว่างทางขึ้นไปยอดดอยอินทนนท์ อิทธิพลจากหนัง ทำให้น้ำตกแห่งนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า “น้ำตกรักจัง” ไปโดยปริยาย

กิ่วแม่ปาน บริเวณกิ่วแม่ปาน เป็นเส้นทางเดินรอบวงที่ผ่านทั้งป่าดิบชื้น ไปจนผ่านเข้าสู่ทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ที่จะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีน้ำตาลในทุกๆ ฤดูหนาว ไหล่เขาที่ปกคลุมด้วยทุ่งหญ้ายาวเหยียด มีต้นกุหลาบพันปีขึ้นเป็นดงกว้าง มีบ้างที่โชคดีพอจะได้เจอกับกวางผา เลียงผา บริเวณนี้นี่เองที่ฟิล์ม รัฐภูมิและพอลล่า เทเลอร์ เคยมาถ่ายทอดความรักสุดโรแมนติกในหนังรักจัง ข่าวเบื้องหลังกองถ่ายคือความยากลำบากในการขนย้ายอุปกรณ์ถ่ายหนัง เดินเท้าไปตามไหล่เขาที่ว่า คงเหนื่อยหนักเอาการกว่าจะได้ภาพสวยๆ เช่นนี้

Route Info:
เดินทางไปแม่กลางหลวงให้เหมาะ ต้องไปช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน ฤดูฝนท้องนาขั้นบันไดเป็นสีเขียวชุ่มฉ่ำ พอถึงหน้าหนาวต้นข้าวออกรวงสีทองเต็มท้องทุ่ง

Baby Step - นั่งๆ นอนๆ ชมนาขั้นบันไดให้จุใจ พักที่อินทนนท์ คีรีมายา แม่กลางหลวง หรือใช้ใจไปโฮมสเตย์บ้านแม่กลางหลวง
Bigger Step – เดินป่าศึกษาธรรมชาติตามเส้นทางเดินป่าดอยหัวเสือ (เดินเท้า 12 กิโลเมตร) ที่สามารถเดินมาต่อกับเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกผาดอกเสี้ยว (เดินเท้า 3 กิโลเมตร) ติดต่อศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านแม่กลางหลวง ส่วนเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน (เดินเท้า 3 กิโลเมตร) ติดต่ออุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

ความตายเปิดประตูรอเราอยู่ทุกเวลานาที มรณานุสติจากบ้านดำ อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี
02/03/2016

ความตายเปิดประตูรอเราอยู่ทุกเวลานาที มรณานุสติจากบ้านดำ อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี

ความตายมีอยู่ทุกทิศ - คือความหมายของกรวยกั้นหัวกะโหลกในวัดร่องขุ่น
02/03/2016

ความตายมีอยู่ทุกทิศ - คือความหมายของกรวยกั้นหัวกะโหลกในวัดร่องขุ่น

วิถีฟาร์มสเตย์ ย่านเชียงดาว ผักผลไม้สดจากฟาร์ม 🌿😊 มีเวลาพักฟาร์มสเตย์สักคืน จะได้ช่วยปลูกผัก รดน้ำ กลางคืนดูดาวรอบกองไฟ
31/12/2015

วิถีฟาร์มสเตย์ ย่านเชียงดาว ผักผลไม้สดจากฟาร์ม 🌿😊 มีเวลาพักฟาร์มสเตย์สักคืน จะได้ช่วยปลูกผัก รดน้ำ กลางคืนดูดาวรอบกองไฟ

ทะเลใกล้กรุงและน้ำใสที่สุด เราว่าที่นี่นะ หาดนางรำ สัตหีบ
27/12/2015

ทะเลใกล้กรุงและน้ำใสที่สุด เราว่าที่นี่นะ หาดนางรำ สัตหีบ

การเดินทางบางครั้ง ก็เริ่มต้นง่ายๆ แบบนี้แหละ
24/12/2015

การเดินทางบางครั้ง ก็เริ่มต้นง่ายๆ แบบนี้แหละ

แนะนำอย่างยิ่ง โฮมสเตย์น่ารักในสวนมังคุด ติดแม่น้ำจันทบุรี ที่ดีงามคือคุณแม่ทำกับข้าวพื้นเมืองจันทบุรีอร่อยมาก (ประมาณคน...
12/12/2015

แนะนำอย่างยิ่ง โฮมสเตย์น่ารักในสวนมังคุด ติดแม่น้ำจันทบุรี ที่ดีงามคือคุณแม่ทำกับข้าวพื้นเมืองจันทบุรีอร่อยมาก (ประมาณคนละ 1,000 บาท ราคารวมอาหารเย็นและอาหารเช้า) เหมาะสำหรับมนุษย์เมืองที่อยากอยู่เงียบๆ นิ่งๆ มองน้ำมองฟ้า ฟังเสียงนกร้องไก่ขัน เย็นๆ พายเรือออกไปชมพระอาทิตย์ตก มันคือดีที่สุดแล้ว

ที่อยู่

Chotana Rd
Chiang Dao
50170

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ slow but tourผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง slow but tour:

แชร์