Built Environment for Health and Well-being

Built Environment for Health and Well-being กลุ่มวิจัยสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างเพื่อสุขภาวะ

/12… การดูแลตนเอง: หัวใจของการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนชนบท (Self-Care for Older Adults in Rural Communities)ผู้สูงอายุในชุม...
02/06/2026

/12… การดูแลตนเอง: หัวใจของการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนชนบท
(Self-Care for Older Adults in Rural Communities)
ผู้สูงอายุในชุมชนชนบทกำลังอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของระบบสุขภาพ ทั้งจากสังคมสูงวัยและการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวานและความดันโลหิตสูง ซึ่งภาวะเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่สุขภาพรายบุคคล แต่ยังเปลี่ยนรูปแบบการดูแลจากการพึ่งพาครอบครัวและโรงพยาบาล ไปสู่การพึ่งพากลไกใหม่ที่เข้มแข็งขึ้น นั่นคือ การดูแลตนเอง (Self-care)
Self-care ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่การดูแลสุขภาพพื้นฐานของตนเองเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงความสามารถของบุคคล ครอบครัว และชุมชนในการจัดการสุขภาพรอบด้าน ตั้งแต่การสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดี การป้องกันโรค การใช้ยาอย่างเหมาะสม ไปจนถึงการสังเกตอาการผิดปกติและตัดสินใจเข้ารับบริการทางการแพทย์เมื่อจำเป็น กล่าวได้ว่า Self-care เป็นทั้งทักษะชีวิตและกระบวนการที่ต้องอาศัยความรู้ ทรัพยากร และแรงสนับสนุนจากสังคมรอบตัว
เมื่อมองในภาพรวมของระบบสุขภาพ Self-care มีบทบาทเป็นจุดตั้งต้นที่เชื่อมต่อไปสู่การดูแลระยะยาว (Long-term care: LTC) โดย Self-care ทำหน้าที่เป็น “ด่านแรก” ที่ช่วยชะลอหรือป้องกันการเข้าสู่ภาวะพึ่งพิง ขณะที่ LTC เป็นระบบรองรับสำหรับผู้ที่สูญเสียความสามารถในการดูแลตนเอง ทั้งสองระบบทำงานต่อเนื่องกันเพื่อการดูแลตลอดช่วงชีวิต
ยิ่ง Self-care มีประสิทธิภาพมากเท่าไร ภาระของ LTC ก็จะยิ่งลดลง และในทางกลับกัน ระบบ LTC ที่มีประสิทธิภาพก็สามารถช่วยฟื้นฟูศักยภาพให้ผู้สูงอายุกลับมาพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น
เบื้องหลังความสำเร็จของ Self-care ไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “ระบบนิเวศสุขภาพ” ซึ่งเป็นระบบสนับสนุนรอบตัว ทั้งการเข้าถึงบริการและ ทรัพยากร ความรู้ด้านสุขภาพ รวมถึงแรงสนับสนุนจากครอบครัวและชุมชน ทั้งหมดนี้มีบทบาทร่วมกันในการทำให้การดูแลตนเองเกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน
ในบริบทประเทศไทย โดยเฉพาะในชนบท มีตัวอย่างจากหลายชุมชนที่สะท้อนให้เห็นบทบาทของ “พลังของชุมชน” อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการดูแลผู้สูงอายุ โดยผสานทั้งการส่งเสริม Self-care ควบคู่กับการสนับสนุนระบบ LTC ผ่านการทำงานร่วมกันของหน่วยบริการปฐมภูมิ โรงพยาบาลชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุข และองค์กรท้องถิ่น เพื่อตอบโจทย์การขาดแคลนผู้ดูแลและข้อจำกัดด้านการเข้าถึงบริการสุขภาพในพื้นที่ห่างไกล
เรียนเชิญทุกท่านติดตามอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความฉบับเต็ม สำหรับนิยามและหลักการของ Self-care รายละเอียดของกรณีศึกษาแต่ละพื้นที่ รวมถึงปัจจัยสำคัญที่ทำให้การดูแลผู้สูงอายุในชุมชนชนบทประสบความสำเร็จในทางปฏิบัติ ซึ่งจะช่วยเปิดมุมมองให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า "การดูแลตนเอง" และ “พลังของชุมชน” สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุได้อย่างเป็นรูปธรรมเพียงใด
📄 อ่านรายละเอียดบทความฉบับเต็มได้ที่
👉 http://builtenviforhealth.info/th/blog-de.php?id=33

#ออกแบบเพื่อสุขภาวะ

/11...นวัตกรรมและการมีส่วนร่วมในการออกแบบโรงพยาบาลรัฐ: ถอดบทเรียนเวทีอบรมสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างเพื่อสุขภาวะ (3)เบื้องหลัง...
26/05/2026

/11...นวัตกรรมและการมีส่วนร่วมในการออกแบบโรงพยาบาลรัฐ: ถอดบทเรียนเวทีอบรมสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างเพื่อสุขภาวะ (3)
เบื้องหลังการออกแบบโรงพยาบาลรัฐที่ดี อาจไม่ได้เริ่มต้นจากการแก้ปัญหาด้วยมุมมองของสถาปนิกเพียงฝ่ายเดียว แต่เริ่มจากการทำความเข้าใจว่า “ผู้คนใช้ชีวิตอยู่กับพื้นที่อย่างไร” ทั้งการเดินทางของผู้ป่วย การทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างโรงพยาบาลกับชุมชนรอบข้าง
ภายใต้ข้อจำกัดของงบประมาณ ระเบียบราชการ และมาตรฐานความปลอดภัย การออกแบบและปรับปรุงโรงพยาบาลรัฐจึงต้องอาศัยทั้งข้อมูลพื้นที่ที่แม่นยำ เทคโนโลยีที่ช่วยให้เห็นสภาพแวดล้อมจริง และกระบวนการออกแบบอย่างมีส่วนร่วมที่เปิดพื้นที่ให้แพทย์ พยาบาล ผู้ป่วย และชุมชน ได้ร่วมสะท้อนความต้องการ เพื่อสร้างพื้นที่สุขภาวะที่สอดคล้องกับบริบทการใช้งานจริง เชื่อมโยงกับชุมชน และรองรับระบบบริการสุขภาพได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
ประเด็นเหล่านี้ถูกถ่ายทอดผ่านการอบรมหลักสูตร “การออกแบบสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างเพื่อสุขภาวะอย่างมีส่วนร่วม: การออกแบบโรงพยาบาลภาครัฐ” ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างศูนย์การออกแบบสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาวะ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยเนื้อหาในภาค 3 นี้ต่อยอดจากสองตอนก่อนหน้า ที่ว่าด้วยพัฒนาการของระบบสุขภาพไทย แนวคิดการออกแบบพื้นที่สุขภาวะ และการออกแบบโรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ก่อนจะขยับเข้าสู่เรื่องของ “เครื่องมือ” และ “กระบวนการทำงานจริง” ผ่านประสบการณ์ของภาคีเครือข่ายสถาปนิกที่ทำงานร่วมกับชุมชนและหน่วยงานสาธารณสุขมาอย่างต่อเนื่อง
ในการอบรมครั้งนี้ มี 3 ภาคีสถาปนิกที่ร่วมแบ่งปันประสบการณ์กับผู้เข้าร่วมอบรม ได้แก่ คุณซัลมาน มูเก็ม สถาปนิกผู้ก่อตั้ง สถาปนิกมุสลิมเพื่อชุมชน Muslim Architect For Community (MAFC) ที่เล่าถึงบทบาทของโดรนในฐานะเครื่องมือสำคัญสำหรับการออกแบบโรงพยาบาลแห่งอนาคต
ทีมสถาปนิกจากใจบ้าน สตูดิโอ JaiBaan Studio โดยคุณภควัต สัตตะรุจาวงษ์ และคุณปวรุฒม์ กันทะปา ที่ร่วมเน้นย้ำแนวคิด Participatory Design หรือการออกแบบอย่างมีส่วนร่วม ซึ่งเปลี่ยนบทบาทของสถาปนิกจาก “Design For” ไปสู่ “Design With” คือการออกแบบร่วมกับผู้คนในพื้นที่
และคุณธนานุกิจ จาดชลบท Thananuket Jarutum สถาปนิกจากศูนย์การออกแบบสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาวะ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่สะท้อนข้อจำกัดของระบบราชการและเผยให้เห็นความจริงของการดำเนินงานที่ซับซ้อน ไม่ง่าย และไม่โรแมนติกนัก ซึ่งสถาปนิกต้องเผชิญในการออกแบบโรงพยาบาลรัฐ
📄 อ่านรายละเอียดการถอดบทเรียนภาคที่ 3 ในบทความฉบับเต็มได้ที่
👉 http://www.builtenviforhealth.info/th/blog-de.php?id=32
#ออกแบบเพื่อสุขภาวะ

/10...การออกแบบโรงพยาบาลรัฐ: ถอดบทเรียนเวทีอบรมสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างเพื่อสุขภาวะ (ภาค 2)โรงพยาบาลภาครัฐในปัจจุบันต้องรับ...
18/05/2026

/10...การออกแบบโรงพยาบาลรัฐ: ถอดบทเรียนเวทีอบรมสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างเพื่อสุขภาวะ (ภาค 2)
โรงพยาบาลภาครัฐในปัจจุบันต้องรับมือกับความท้าทายที่มากกว่าการดูแลรักษาผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้เข้ารับบริการที่เพิ่มสูงขึ้น ข้อจำกัดด้านงบประมาณ หรือความคาดหวังของประชาชนต่อคุณภาพและประสบการณ์ในการเข้ารับบริการ ...สิ่งเหล่านี้ทำให้ “การออกแบบ” กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบสุขภาพ เพราะสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมไม่ได้ช่วยเพียงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร แต่ยังส่งผลต่อความรู้สึก ความปลอดภัย และสุขภาวะของทุกคนที่ใช้งานพื้นที่ร่วมกัน
จากประเด็นในบทความก่อนหน้าที่สะท้อนให้เห็นว่า “สิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง” มีบทบาทต่อการสร้างสุขภาวะของผู้คนอย่างมีนัยสำคัญ การอบรมในหัวข้อ “การออกแบบสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างเพื่อสุขภาวะอย่างมีส่วนร่วม: การออกแบบโรงพยาบาลภาครัฐ” จึงต่อยอดแนวคิดดังกล่าวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ผ่านมุมมองการออกแบบโรงพยาบาลรัฐ โดยความร่วมมือระหว่างศูนย์การออกแบบสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาวะ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนัก 7 ที่ร่วมเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านการออกแบบโรงพยาบาลบนฐานของกระบวนการมีส่วนร่วม พร้อมชวนมอง “โรงพยาบาล” ในฐานะพื้นที่สาธารณะที่เชื่อมโยงผู้ป่วย ญาติ บุคลากรทางการแพทย์ และชุมชนเข้าหากัน มากกว่าจะเป็นเพียงสถานพยาบาลเพื่อรักษาโรคเท่านั้น
บทความนี้เป็น “การถอดบทเรียนจากเวทีอบรมสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างเพื่อสุขภาวะ ภาค 2” อันถือเป็นอีกตอนต่อที่สำคัญ ซึ่งสรุปประเด็นน่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะในบริบทของโรงพยาบาลภาครัฐ ที่ร่วมถ่ายทอดแนวคิดและประสบการณ์ในการออกแบบ “โรงพยาบาลที่ดี” ครอบคลุมหัวข้อทั้งการวางผังแม่บท การออกแบบเพื่อการเยียวยา และการออกแบบผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม พร้อมกรณีศึกษาจากโรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่สะท้อนการพัฒนาพื้นที่สุขภาวะเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในชุมชน
ขอเชิญร่วมค้นหาว่า “การออกแบบ” สามารถช่วยยกระดับโรงพยาบาลรัฐให้เป็นมากกว่าสถานที่รักษาโรค และกลายเป็นพื้นที่แห่งการสุขภาวะของทุกคนได้อย่างไร
📄 อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่
👉 http://www.builtenviforhealth.info/th/blog-de.php?id=31
#ออกแบบเพื่อสุขภาวะ

/09...โรงพยาบาลที่ไม่ใช่แค่เพื่อรักษา: ถอดบทเรียนเวทีอบรมสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างเพื่อสุขภาวะ (ภาค 1)ท่ามกลางความท้าทายของร...
13/05/2026

/09...โรงพยาบาลที่ไม่ใช่แค่เพื่อรักษา: ถอดบทเรียนเวทีอบรมสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างเพื่อสุขภาวะ (ภาค 1)
ท่ามกลางความท้าทายของระบบสาธารณสุขยุคใหม่ การออกแบบ “พื้นที่” ในโรงพยาบาลและสถานบริการสุขภาพไม่ได้มีหน้าที่เพียงรองรับการรักษา แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างคุณภาพชีวิตและสุขภาวะของผู้คนอย่างยั่งยืน การอบรมหัวข้อ “การออกแบบสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างเพื่อสุขภาวะอย่างมีส่วนร่วม: การออกแบบโรงพยาบาลภาครัฐ” จึงสะท้อนบทบาทใหม่ของงานออกแบบ ที่เชื่อมโยงทั้งมิติทางสถาปัตยกรรม นโยบายสาธารณสุข และการสร้างเสริมสุขภาวะเข้าด้วยกัน
โครงการดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่างศูนย์การออกแบบสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาวะ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนัก 7 เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างเครือข่ายสถาปนิกวิชาชีพรุ่นใหม่ที่มอง “สิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง” เป็นกลไกสำคัญของการส่งเสริมสุขภาวะในระบบบริการสุขภาพ
บทความนี้เป็นการถอดบทเรียน (Key Lessons) จากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ทั้งด้านสาธารณสุข การออกแบบสถาปัตยกรรม และการบริหารระบบบริการสุขภาพ ผ่านประเด็นสำคัญตั้งแต่แนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างและสิ่งแวดล้อมเพื่อการเยียวยา บทบาทของ “พื้นที่” ในระบบสุขภาพไทย ไปจนถึงพัฒนาการของระบบบริการสาธารณสุขและโรงพยาบาลภาครัฐในแต่ละยุค ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การออกแบบที่ดีไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา แต่ยังมีส่วนสร้างประสบการณ์และคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้ใช้งานทุกคน...
📄 อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่
👉 http://www.builtenviforhealth.info/th/blog-de.php?id=30
#ออกแบบเพื่อสุขภาวะ

🎉 ศูนย์การออกแบบสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาวะคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ขอแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งแด่✨ผศ.ดร....
28/04/2026

🎉 ศูนย์การออกแบบสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาวะ
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ขอแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งแด่

✨ผศ.ดร.สรนาถ สินอุไรพันธ์✨

ในโอกาสได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ในการประชุมครั้งที่ 4/2569 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569

ให้ดำรงตำแหน่ง
คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป
โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ขอแสดงความยินดีแด่🎉🎉🎉

✨ผศ.ดร.สรนาถ สินอุไรพันธ์✨

เนื่องในโอกาสได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการประชุมครั้งที่ 4/2569 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569

ให้ดำรงตำแหน่ง
คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป
โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี💚💚💚

/08...การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง Palliative Care for Dignity until the End of Life📄 อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ 👉 http:/...
27/04/2026

/08...การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง
Palliative Care for Dignity until the End of Life
📄 อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่
👉 http://www.builtenviforhealth.info/th/blog-de.php?id=29
ในระบบสุขภาพยุคใหม่ การดูแลผู้ป่วยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรักษาโรคให้หาย แต่ขยายไปสู่การดูแลคุณภาพชีวิตตลอดช่วงของความเจ็บป่วย โดยเฉพาะในโรคร้ายแรง แนวคิด Palliative care จึงมีบทบาทสำคัญในการบรรเทาความทุกข์ทั้งทางกาย ใจ สังคม และจิตวิญญาณ สามารถเริ่มได้ตั้งแต่ระยะต้นของโรค และดำเนินควบคู่กับการรักษาเพื่อหายขาด ไม่ได้จำกัดเฉพาะระยะท้ายชีวิต
ขณะที่ Hospice care เป็นการดูแลในระยะท้ายของชีวิต โดยเปลี่ยนเป้าหมายจากการยืดอายุไปสู่การสร้างความสงบ ความสบาย และศักดิ์ศรีของผู้ป่วยในช่วงสุดท้ายของชีวิต แม้ทั้งสองแนวคิดจะมีขอบเขตต่างกัน แต่ในทางปฏิบัติกลับเชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่องมากขึ้นในระบบสุขภาพสมัยใหม่ ที่เน้นการดูแลแบบองค์รวมมากกว่าการแบ่งช่วงการรักษาอย่างตายตัว
ความเข้าใจที่เปลี่ยนไปนี้ส่งผลโดยตรงต่อการออกแบบพื้นที่การดูแลแบบประคับประคอง (Palliative care unit) ที่ไม่ควรถูกวางรูปแบบเหมือนหอผู้ป่วยทั่วไป แต่ควรคำนึงถึงสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อจิตใจและรองรับการพักผ่อนอย่างสงบ และเปิดพื้นที่ให้ครอบครัวสามารถอยู่ร่วมกับผู้ป่วยได้จนวาระสุดท้ายก่อนออกเดินทางไกล...
📄 อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่
👉 http://www.builtenviforhealth.info/th/blog-de.php?id=29
#ออกแบบเพื่อสุขภาวะ

/07...ร่วมสร้างเครือข่ายสุขภาวะในโรงพยาบาลรัฐCo-Creating Well-Being Networks in Public Hospitals📄 อ่านบทความฉบับเต็มได้ท...
16/04/2026

/07...ร่วมสร้างเครือข่ายสุขภาวะในโรงพยาบาลรัฐ
Co-Creating Well-Being Networks in Public Hospitals
📄 อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่
👉 http://www.builtenviforhealth.info/th/blog-de.php?id=28
การออกแบบโรงพยาบาลภาครัฐ โดยเฉพาะโรงพยาบาลชุมชน มักเผชิญข้อจำกัดจากการใช้แบบมาตรฐาน ทำให้ไม่สอดคล้องกับบริบทและความต้องการจริงของพื้นที่และบุคลากร จึงเกิดหลักสูตรอบรม “การออกแบบสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างเพื่อสุขภาวะอย่างมีส่วนร่วม: การออกแบบโรงพยาบาลภาครัฐ” ขึ้น จัดโดยศูนย์การออกแบบสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาวะ (Well-being Design Hub) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ร่วมกับ สสส. เพื่อพัฒนาแนวคิดการออกแบบผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม (Participatory Design) สำหรับโรงพยาบาลชุมชนและ รพ.สต.
หลักสูตรเน้นการเรียนรู้แบบ Co-learning และ Co-design เชื่อมทฤษฎีสู่การปฏิบัติจริง พร้อมเปิดพื้นที่ให้สถาปนิกอิสระและคนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมเรียนรู้การออกแบบสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างเพื่อสุขภาวะของโรงพยาบาลรัฐ โดยเริ่มจากภาคบรรยายออนไลน์เมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2569 และต่อยอดสู่การลงพื้นที่อบรมภาคปฏิบัติที่โรงพยาบาลท่ายาง จ.เพชรบุรี เมื่อ 3 เมษายน 2569
การดำเนินงานครั้งนี้ไม่เพียงช่วยแก้ข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของกลไกการออกแบบโรงพยาบาลรัฐเท่านั้น แต่ยังสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและวิชาชีพสถาปัตยกรรม เพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างภายในโรงพยาบาลที่สามารถส่งเสริมสุขภาวะและส่งเสริมระบบบริการสุขภาพอย่างยั่งยืน โดยการลงพื้นที่พบว่าทีมสถาปนิกมีความกระตือรือร้นและให้ความสำคัญกับกระบวนการออกแบบอย่างมีส่วนร่วมกับบุคลากรจริงในพื้นที่ นับเป็นสัญญาณที่ดีในการบ่มเพาะสถาปนิกคุณภาพเข้าสู่เครือข่ายภาคี เพื่อยกระดับโรงพยาบาลภาครัฐให้เป็นพื้นที่ที่เอื้อต่อสุขภาวะของทั้งผู้รับบริการและผู้ให้บริการอย่างแท้จริง
📄 อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่
👉 http://www.builtenviforhealth.info/th/blog-de.php?id=28
#ออกแบบเพื่อสุขภาวะ

/06...การุณยฆาต: ทางเลือกสุดท้ายเพื่อศักดิ์ศรีชีวิตAssisted Su***de: The Final Choice for Life’s Dignity📄 อ่านบทความฉบับ...
08/04/2026

/06...การุณยฆาต: ทางเลือกสุดท้ายเพื่อศักดิ์ศรีชีวิต
Assisted Su***de: The Final Choice for Life’s Dignity
📄 อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่
👉 http://www.builtenviforhealth.info/th/blog-de.php?id=27
ในสังคมสูงวัย การมีอายุยืนยาวไม่เพียงเพิ่มจำนวนวันของชีวิต แต่ยังสะท้อนถึงคุณภาพชีวิต ศักดิ์ศรี และความเป็นมนุษย์ ผู้สูงอายุหลายคนไม่ต้องการใช้ชีวิตที่ต้องพึ่งพาผู้อื่นตลอดเวลา การตัดสินใจว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อหรือยุติความทุกข์ทรมานเมื่อร่างกายเสื่อมถอยจนดูแลตนเองไม่ได้ จึงกลายเป็นเรื่องส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนและมีความท้าทายทางจริยธรรม
ในสวิตเซอร์แลนด์ มีหน่วยงานเช่น Exit และ Dignitas ที่ให้บริการการุณยฆาต หรือ Assisted Su***de ภายใต้กฎหมาย โดยมีขั้นตอนและการประเมินอย่างเข้มงวด เพื่อยืนยันการตัดสินใจของผู้ป่วยและผู้ช่วยไม่มีแรงจูงใจส่วนตัว ข้อมูลล่าสุดปี 2025 ระบุว่ามีผู้ใช้บริการในภูมิภาคที่ใช้ภาษาเยอรมันของสวิตเซอร์แลนด์รวมกว่า 1,400 คน ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการทางเลือกนี้ที่เพิ่มมากขึ้น
แม้แนวคิดการช่วยให้จบชีวิตนี้จะเน้นสิทธิส่วนบุคคล การลดความทุกข์ทรมาน และการรักษาศักดิ์ศรี แต่ก็มีประเด็นข้อโต้แย้งทั้งด้านจริยธรรมและสังคม เช่น ความกังวลเรื่องการบังคับหรือกดดันกลุ่มเปราะบาง “slippery slope” และการคุ้มครองคุณค่าของชีวิต
นอกจากนี้ ประเด็นนี้ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับการพัฒนาระบบสาธารณสุข โครงสร้างการบริการสุขภาพ และโครงสร้างสังคม โดยเฉพาะการดูแลแบบประคับประคอง (palliative care) การเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพและทั่วถึงช่วยให้ผู้ป่วยเรื้อรังมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ไม่จำกัดเพียงการอยู่ต่อไปอย่างทุกข์ทรมานหรือการตัดสินใจยุติชีวิตเท่านั้น
การุณยฆาต (Euthanasia) และ Assisted Su***de จึงไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ในการกำหนดชีวิตและความตายของตนเอง
บทความนี้สำรวจมุมมองด้านกฎหมาย จริยธรรม และประสบการณ์จริง พร้อมแนวทางการพัฒนาระบบสุขภาพที่คำนึงถึงศักดิ์ศรีและคุณภาพชีวิต เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจว่าการเลือกด้วยตนเองสามารถเป็นทางออกที่มีคุณค่าและมีความหมายได้...
📄 อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่
👉 http://www.builtenviforhealth.info/th/blog-de.php?id=27
***de

/05...สถาปัตยกรรมแห่งการดูแล: การออกแบบที่เคารพศักดิ์ศรีและความเป็นมนุษย์Design for Dignity in Healthcare📄อ่านบทความฉบับ...
23/03/2026

/05...สถาปัตยกรรมแห่งการดูแล: การออกแบบที่เคารพศักดิ์ศรีและความเป็นมนุษย์
Design for Dignity in Healthcare
📄อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่
👉 http://www.builtenviforhealth.info/th/blog-de.php?id=26
ประสบการณ์ในโรงพยาบาลมักไม่ใช่ช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับหลายคน เพราะนอกจากความเจ็บป่วยแล้ว ผู้ป่วยยังต้องเผชิญกับความไม่สบายใจ ทั้งความไม่เป็นส่วนตัว ความอับอาย และการต้องพึ่งพาผู้อื่นในช่วงเวลาที่เปราะบาง รายละเอียดเล็กๆ อย่างม่านที่ปิดไม่สนิท ชุดผู้ป่วยที่ไม่มิดชิด หรือเสียงรบกวนรอบตัว อาจดูธรรมดาในบริบทโรงพยาบาล แต่กลับส่งผลต่อจิตใจและการฟื้นตัวอย่างไม่น่าเชื่อ
แนวคิด “Design for Dignity” จึงเข้ามาเปลี่ยนมุมมองการออกแบบสถานพยาบาล จากการมุ่งรักษาโรค (Cure) ไปสู่การเยียวยา (Healing) และการดูแลมนุษย์อย่างรอบด้าน โดยให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรี ความเป็นส่วนตัว และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
หลายโรงพยาบาลทั้งในและต่างประเทศเริ่มนำแนวคิดนี้มาปรับใช้อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบพื้นที่ให้เหมาะสม สร้างความเป็นส่วนตัว การเชื่อมโยงกับธรรมชาติ การให้ผู้ป่วยควบคุมชีวิตและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับตนเอง ส่งเสริมการพึ่งพาตนเองให้มากขึ้น แม้แต่รายละเอียดการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์อย่างเตียงไฟฟ้าก็สามารถช่วยให้ผู้ป่วยดูแลตนเองได้ง่ายขึ้น ช่วยลดภาระของญาติและบุคลากรผู้ดูแลลงได้อย่างมาก
“Design for Dignity” ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการออกแบบสถานพยาบาลเท่านั้น แต่ยังถูกต่อยอดไปสู่การออกแบบพื้นที่เพื่อการดูแลในหลากหลายบริบททั่วโลก โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มคนในภาวะเปราะบาง ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วย ผู้สูงอายุ หรือผู้ลี้ภัย
เมื่อการออกแบบมีมนุษย์เป็นศูนย์กลางและเข้าใจความต้องการของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง พื้นที่ที่ถูกสร้างขึ้นจึงไม่เพียงตอบโจทย์การใช้งาน แต่ยังช่วยสร้างความรู้สึกปลอดภัย เป็นส่วนตัว และเอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี ลดความรู้สึกเปราะบาง (Vulnerability) ลดความเครียด สามารถสนับสนุนกระบวนการเยียวยาทั้งทางร่างกายและจิตใจได้อย่างแท้จริง
📄อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่
👉 http://www.builtenviforhealth.info/th/blog-de.php?id=26

/04...จากสัญลักษณ์สู่คุณภาพการดูแล: พลังของการออกแบบชุดในระบบสุขภาพร่วมสมัยDesign in Global Health Practice📄อ่านบทความฉบ...
16/03/2026

/04...จากสัญลักษณ์สู่คุณภาพการดูแล: พลังของการออกแบบชุดในระบบสุขภาพร่วมสมัย
Design in Global Health Practice
📄อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่
👉 http://builtenviforhealth.info/th/blog-de.php?id=25
ชุดกาวน์สีขาว หรือ White Coat เป็นภาพจำที่ชัดเจนของคำว่า “หมอมาแล้ว” สื่อถึงความสะอาด ความไว้วางใจ และความเชี่ยวชาญในวิชาชีพแพทย์ แต่ในระบบสุขภาพร่วมสมัย “การออกแบบชุด” กำลังมีบทบาทมากกว่าการสื่อความหมายเชิงสัญลักษณ์แบบเดิมๆ
งานวิจัยจำนวนไม่น้อยกล่าวถึง White Coat Syndrome หรือภาวะที่ผู้ป่วยบางคนเกิดความกังวลหรือความดันโลหิตสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัวเมื่อเห็นแพทย์ในชุดขาว …จึงเกิดการเปลี่ยนผ่านจากชุดกาวน์ White Coat สู่ชุด Scrubs ที่มีความคล่องตัวและเหมาะกับการทำงานจริงมากขึ้น รวมถึงช่วยลดการติดเชื้อในสถานพยาบาลด้วย
ขณะเดียวกัน “ชุดผู้ป่วย” ซึ่งในอดีตมักถูกมองข้าม ก็เริ่มได้รับการออกแบบใหม่อย่างจริงจังมากขึ้น ทั้งในแง่ความสะดวกสบาย ความเป็นส่วนตัว และการคำนึงถึงศักดิ์ศรีของผู้ป่วย แนวคิด Adaptive clothing และกรณีศึกษาจากทั้งในไทยและต่างประเทศสะท้อนให้เห็นว่า รายละเอียดเล็กๆ อย่างเสื้อผ้า อาจส่งผลต่อประสบการณ์ของทั้งผู้ให้และผู้รับบริการสุขภาพได้มากกว่าที่คิด
เมื่อการออกแบบไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความสวยงาม แต่เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง เสื้อผ้าในโรงพยาบาลจึงอาจนำไปสู่ความหมายใหม่ของการดูแลสุขภาพที่ลึกซึ้งกว่าเดิม โดยไม่ทำให้ใครใจเต้นแรงหรือความดันขึ้นตั้งแต่ยังไม่ทันเข้าห้องตรวจ ^^
👕👚เชิญร่วมสำรวจเทรนด์การออกแบบเสื้อผ้าในโรงพยาบาลที่กำลังเปลี่ยนแปลง พร้อมกรณีศึกษาที่น่าสนใจทั้งในไทยและต่างประเทศ
📄อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่
👉 http://builtenviforhealth.info/th/blog-de.php?id=25

ที่อยู่

50 ถนนงามวงศ์วาน ลาดยาว
Bangkok
10900

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Built Environment for Health and Well-beingผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Built Environment for Health and Well-being:

แชร์