28/08/2026
How can architecture support play-based learning?
การเล่นก็เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้เพื่อตอบคำถามนี้ว่าพื้นที่โรงเรียนควรออกแบบอย่างไร ให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการเล่นอย่างเป็นธรรมชาติ สำหรับผู้ออกแบบแล้ว คงเป็น “พื้นที่เรียนรู้ที่เปลี่ยนไปตามพัฒนาการของเด็ก”
จาก Kensington International Kindergarten สู่ Kensington Learning Space และ Primary Building เราออกแบบพื้นที่เรียนรู้ให้มีระดับของการเชื่อมต่อที่แตกต่างกันตามช่วงวัย จากการเชื่อมต่อกับธรรมชาติ ไปสู่การเรียนรู้ผ่านกิจกรรม และการเรียนรู้ผ่านปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
01 Kindergarten | Connect to Nature
ในวัยอนุบาล การเรียนรู้เกิดขึ้นผ่านประสาทสัมผัส การเคลื่อนไหว และการค้นพบสิ่งรอบตัว
พื้นที่กิจกรรมจึงถูกออกแบบในสเกลที่กระชับและใกล้ชิดธรรมชาติ เราจึงวางพื้นที่เรียนรู้ให้โอบล้อม courtyard เพื่อให้ธรรมชาติ แสง และกิจกรรมภายนอกกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ในห้องเรียน
ธรรมชาติจึงไม่ได้เป็นเพียง “วิว” แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่เรียนรู้
02 Kensington Learning Space | Connect through Activity
เมื่อเด็กโตขึ้น การเรียนรู้เริ่มเกิดขึ้นผ่านการลงมือทำ การเล่น และการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน
เราจึงออกแบบพื้นที่ให้การเคลื่อนที่ระหว่างห้องเรียนและ common space เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทางลาด ระดับพื้นที่ และมุมมองที่เชื่อมต่อกัน ทำให้พื้นที่ระหว่างทางกลายเป็นพื้นที่ที่สามารถหยุด เล่น พบปะ หรือทำกิจกรรมร่วมกันได้
03 Primary | Connect through Interaction
เมื่อเข้าสู่ระดับประถม เด็กเริ่มเรียนรู้ผ่านการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การทำงานร่วมกัน และการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นมากขึ้น
บันไดและ circulation จึงถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าพื้นที่สัญจร แต่เป็นพื้นที่สำหรับหยุดพัก พบปะ และแบ่งปัน
อย่างเช่น ขั้นบันไดที่กลายเป็นพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่แลกเปลี่ยนเรื่องราว ที่เด็กๆ สามารถใช้ร่วมกันได้ในชีวิตประจำวัน
เราจึงสร้างพื้นที่เพื่อตอบสนองการเรียนรู้ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน แต่เป็นทุกที่ที่เด็กสามารถมองเห็น เล่น พบปะ และแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น และเมื่อการเรียนรู้นั้นเปลี่ยนไปตามช่วงวัย พื้นที่เรียนรู้และระดับการเชื่อมต่อจึงเปลี่ยนตามนั่นเอง
วันนี้ขอหยิบยกเรื่องราวการออกแบบ Kensington International School มาเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ