A.hub A Hub is a landscape and design studio based in Bangkok, Thailand.

We specialize in landscape ‘s conceptual design ,residential design ,park & green areas.

ผลงานการออกแบบ Restaurants and cafes  Maiยินดีให้คำปรึกษาหรือติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 📞 : 099-456-2928 (คุณกอล...
11/05/2026

ผลงานการออกแบบ Restaurants and cafes Mai
ยินดีให้คำปรึกษาหรือติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
โทร 📞 : 099-456-2928 (คุณกอล์ฟ)
Inbox : https://www.facebook.com/A.hub.designhub
Line 💚: anan.anantawong
E-Mail 📧 : [email protected]
#ออกแบบสวน #สวนบ้าน #จัดสวน #สวนสไตล์รีสอร์ท #บ้านน่าอยู่ #ออกแบบสวนโครงการ #รับออกแบบสวน #รับจัดสวน

ผลงานออกแบบสนามเด็กเล่น พื้นที่แห่งจินตนาการที่เด็กๆ จะได้ออกไปผจญภัยในธีมใต้ท้องทะเล 🌊🪸🐳🐚✨ยินดีให้คำปรึกษาหรือติดต่อสอบ...
11/05/2026

ผลงานออกแบบสนามเด็กเล่น พื้นที่แห่งจินตนาการที่เด็กๆ จะได้ออกไปผจญภัยในธีมใต้ท้องทะเล 🌊🪸🐳🐚✨
ยินดีให้คำปรึกษาหรือติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
โทร 📞 : 099-456-2928 (คุณกอล์ฟ)
Inbox : https://www.facebook.com/A.hub.designhub
Line 💚: anan.anantawong
E-Mail 📧 : [email protected]
#ออกแบบสวน #สวนบ้าน #จัดสวน #สวนสไตล์รีสอร์ท #บ้านน่าอยู่ #ออกแบบสวนโครงการ #รับออกแบบสวน #รับจัดสวน

11/05/2026
@ผู้ติดตาม ทางเราก็รับออกแบบนะครับ 😍
08/05/2026

@ผู้ติดตาม ทางเราก็รับออกแบบนะครับ 😍

05/05/2026
ผลงานการออกแบบพื้นที่สีเขียวสาธารณะ สำหรับสนามกีฬาและสนามเด็กเล่น 🥰ยินดีให้คำปรึกษาหรือติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโท...
05/05/2026

ผลงานการออกแบบพื้นที่สีเขียวสาธารณะ สำหรับสนามกีฬาและสนามเด็กเล่น 🥰
ยินดีให้คำปรึกษาหรือติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
โทร 📞 : 099-456-2928 (คุณกอล์ฟ)
Inbox : https://www.facebook.com/A.hub.designhub
Line 💚: anan.anantawong
E-Mail 📧 : [email protected]

ผลงานการออกแบบพื้นที่สีเขียวให้กับ บริษัท ไทย ทรงพล ยนตรการ จำกัด  โดยเปลี่ยนสถานที่ทำงานและบ้านพักให้เหมือนพักผ่อนทุกวั...
04/05/2026

ผลงานการออกแบบพื้นที่สีเขียวให้กับ บริษัท ไทย ทรงพล ยนตรการ จำกัด โดยเปลี่ยนสถานที่ทำงานและบ้านพักให้เหมือนพักผ่อนทุกวัน เพื่อยกระดับการใช้ชีวิตในทุกวันให้ใกล้ธรรมชาติมากขึ้น ☺️
Location : บริษัท ไทย ทรงพล ยนตรการ จำกัด จังหวัดสมุทรสงคราม
Landscape : A.hub
#สวนบ้าน #จัดสวน #สวนสไตล์รีสอร์ท #บ้านน่าอยู่ #ออกแบบสวนโครงการ #รับออกแบบสวน #รับจัดสวน #ออกแบบสวน

04/05/2026

จีนเปิดตัว "พลาสติกโมเลกุลไผ่" แข็งแกร่งเทียบชั้นปิโตรเลียม แต่ย่อยสลายในดินได้ใน 50 วัน

ปัญหาขยะพลาสติกที่ย่อยสลายยากกำลังพบทางออกใหม่ เมื่อทีมนักวิจัยจากจีนประสบความสำเร็จในการพัฒนาวัสดุชีวภาพจาก "ไผ่" ที่มีคุณสมบัติทางวิศวกรรมสูงเทียบเท่าพลาสติกจากน้ำมันดิบ แต่สามารถย่อยสลายคืนสู่ธรรมชาติได้ภายในเวลาเพียง 50 วัน

นวัตกรรมระดับโมเลกุล: จาก "เส้นใย" สู่ "พลาสติกแข็ง"
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารระดับโลกอย่าง Nature Communications (ฉบับตุลาคม 2025) โดยความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยป่าไม้ตะวันออกเฉียงเหนือ (Northeast Forestry University) และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเคมีเสิ่นหยาง ระบุว่าเทคโนโลยีใหม่นี้ไม่ใช่เพียงการนำไม้ไผ่มาบดผสม แต่เป็นการใช้ตัวทำละลายแอลกอฮอล์ที่ไม่เป็นพิษ เพื่อสลายโครงสร้างเซลลูโลสของไผ่ลงไปถึงระดับโมเลกุล แล้วจึงจัดเรียงใหม่ให้กลายเป็นโครงสร้างพลาสติกที่มีความหนาแน่นสูง

คุณสมบัติที่สำคัญ:
• ความแข็งแรง: มีค่าความแข็งแรงต่อแรงดึง สูงถึง 110 MPa ซึ่งแข็งแรงเป็น 2 เท่าของพลาสติก PLA และสูงกว่าพลาสติก ABS ที่ใช้ในชิ้นส่วนยานยนต์
• ความทนทาน: สามารถทนความร้อนได้สูงกว่า 180°C และทนต่อความชื้นและการกัดกร่อนได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับการใช้งานในระดับอุตสาหกรรม
• การย่อยสลาย: เมื่อสิ้นสุดการใช้งานและถูกฝังในดิน วัสดุนี้จะถูกจุลินทรีย์ย่อยสลายโดยสมบูรณ์ภายใน 50 วัน โดยไม่ทิ้งสารตกค้างหรือไมโครพลาสติก

ก้าวสู่ยุค "ไผ่แทนพลาสติก"
ข้อมูลล่าสุดจาก สำนักงานป่าไม้และทุ่งหญ้าแห่งชาติจีน (NFGA) เมื่อต้นปี 2026 ระบุว่า จีนได้จัดตั้งระบบอุตสาหกรรม "ไผ่แทนพลาสติก" อย่างเต็มรูปแบบแล้ว โดยมีมูลค่าผลผลิตในอุตสาหกรรมไผ่ทะลุ 5.2 แสนล้านหยวน (ราว 2.6 ล้านล้านบาท) และมีบริษัทแปรรูปไผ่มากกว่า 10,000 แห่งทั่วประเทศ
นวัตกรรมนี้ไม่เพียงช่วยลดการพึ่งพาสินค้าจากฟอสซิล แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ Carbon Neutrality เนื่องจากไผ่เป็นพืชที่โตเร็วและกักเก็บคาร์บอนได้ดีกว่าต้นไม้ทั่วไปหลายเท่า

ที่มาข้อมูล (Sources):
• Nature Communications (Oct 2025): รายงานวิจัยเรื่อง "High-strength, multi-mode processable bamboo molecular bioplastic enabled by solvent-shaping regulation" โดย Dawei Zhao และคณะ
• National Forestry and Grassland Administration (NFGA) China (Jan 2026): แถลงการณ์ความคืบหน้าอุตสาหกรรมไผ่และมาตรฐานผลิตภัณฑ์ทดแทนพลาสติก
• Xinhua News (Feb 2026): รายงานความสำเร็จของนิคมอุตสาหกรรมแปรรูปไผ่ในมณฑลกุ้ยโจวและฝูเจี้ยน
• Interesting Engineering / New Scientist (2025): บทวิเคราะห์ประสิทธิภาพทางวิศวกรรมของ BM-plastic (Bamboo Molecular Plastic) เทียบกับพลาสติกเชิงพาณิชย์

#เรื่องเล่า #ประวัติศาสตร์ #วิทยาศาสตร์ #ข่าว #ข่าวต่างประเทศ #ทองคำ ู้รอบโลก #ความรู้ #สาระน่ารู้ #เกร็ดความ

04/05/2026
04/05/2026

การมีสวนสาธารณะหรือพื้นที่สีเขียวเกิดใหม่มากขึ้นในเมือง อาจเป็นหนึ่งตัวชี้วัดที่กำลังบอกว่ากรุงเทพฯ ของเราให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ถึงอย่างนั้น เรามักจะเห็นพื้นที่เหล่านี้ถูกจัดระเบียบให้ดูเนี้ยบตลอดเวลา หญ้าที่สั้นเตียน ต้นไม้ที่ถูกตัดแต่งไปตามบล็อก และแปลงดอกไม้สีสันสดใสที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบ สิ่งเหล่านี้คือภาพสะท้อนคุณภาพของพื้นที่สีเขียวในสายตาคนเมืองส่วนใหญ่
แต่เนื่องจากการต้องเผชิญหน้ากับภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทั้งน้ำท่วมและคลื่นความร้อนที่พุ่งสูงขึ้นทุกปี การรับมือด้วยการเพิ่มขนาด ปริมาณ และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของพื้นที่สีเขียวแบบเดิมๆ อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เราควรต้องดูไปถึงคุณภาพของระบบนิเวศในสวนนั้นๆ ด้วย
ในวันที่ความสวยงามจากฝีมือมนุษย์ทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง มีแนวคิดหนึ่งที่กำลังเริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นในหลายเมืองทั่วโลก นั่นคือ ‘Urban Rewilding’ หรือการปล่อยให้ธรรมชาติกลับมาทำงานด้วยตัวมันเองอีกครั้ง ผ่านการมีอยู่ของ ‘สวนป่า’ (Urban Forest Park)
ว่าแต่การฟื้นฟูธรรมชาติในเมืองจะทำผ่านการมีสวนป่าได้อย่างไร ตามคอลัมน์ Curiocity ไปหาคำตอบพร้อมๆ กัน
🌳 ดีพอสำหรับคน แต่อาจไม่พอสำหรับธรรมชาติ
พื้นที่สีเขียวคือองค์ประกอบสำคัญของเมือง เพราะนอกจากช่วยเพิ่มความร่มรื่นและสร้างความสวยงาม ยังมีผลโดยตรงกับสุขภาพจิตคนในเมือง กทม.จึงพยายามเพิ่มจำนวนสวนสาธารณะขนาดเล็กให้กระจายตัวทั่วกรุงเทพฯ ผ่านโครงการ ‘สวน 15 นาที’ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงพื้นที่สีเขียวได้ภายในระยะเดินถึง ซึ่งปัจจุบันดำเนินการไปแล้วถึง 461 สวนทั่วกรุงเทพฯ
แน่นอนว่าการมีสวนสาธารณะในปริมาณที่มากขึ้นเป็นสิ่งที่ดี แต่สวนสาธารณะส่วนมากมักออกแบบมาให้เป็นระเบียบเรียบร้อย และจัดสรรพื้นที่อย่างชัดเจน เพื่อให้ง่ายต่อการดูแลรักษา
เห็นได้จากสนามหญ้าสั้นๆ ที่แมลงหรือสัตว์ขนาดเล็กอาศัยอยู่ไม่ได้ การปลูกพืชพันธุ์ซ้ำๆ เพื่อความสะดวกในการดูแล จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของการลดความหลากหลายทางชีวภาพของเมือง หรือแม้กระทั่งการปลูกดอกไม้อัดแน่นเต็มพื้นที่ ส่งผลให้ดินในบริเวณนั้นดูดซับน้ำได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น
การออกแบบสวนในลักษณะนี้คือการออกแบบโดยอิงการใช้งานของผู้คนในเมือง แต่ไม่ได้คำนึงถึงมุมของระบบนิเวศ (Ecosystem) เท่าที่ควร
🔄 ปล่อยให้ธรรมชาติฟื้นฟูตัวเอง
การเพิ่มขึ้นของสวนสาธารณะมีความสำคัญต่อเมือง แต่การมี ‘พื้นที่’ ที่ช่วยให้เมืองเกิดกระบวนการ Urban Rewilding ไปด้วยก็สำคัญไม่แพ้กัน
เพราะบางทีคำตอบของเมืองอาจไม่ใช่การควบคุมธรรมชาติให้เป๊ะที่สุด และไม่ใช่การปล่อยให้พื้นที่ร้างกลายเป็นป่ารกชัฏ แต่เป็นการปล่อยให้ธรรมชาติได้เกิดวัฏจักรในการใช้ชีวิตเป็นของตัวเอง ผ่านการ ‘ออกแบบโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐาน’ (Nature-based Solutions)
พื้นที่ที่จะทำให้เกิดกระบวนการเหล่านี้ได้ดีที่สุดคือ สวนป่า หรือ Urban Forest Park สวนในเมืองที่มีการสร้างโครงสร้างภายในให้ใกล้เคียง ‘ป่าธรรมชาติ’ ทั้งการปล่อยให้มีต้นไม้หลายชนิดอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ได้แก่ ไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม พืชคลุมดิน และแหล่งน้ำในพื้นที่ ซึ่งเมื่อรวมทุกอย่างเข้าด้วยกันแล้วจะทำให้สวนแห่งนี้ดูแลตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพามนุษย์มากนัก
การมีพื้นที่เช่นนี้ในเมือง คือการเปิดโอกาสให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพขึ้นในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เริ่มด้วยการปล่อยให้ต้นไม้ได้มีวงจรชีวิตของตัวเอง ไม่ต้องสวยงามหรือเขียวชอุ่มตลอดเวลา ทิ้งพื้นที่ให้กลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนก แมลง และสัตว์เล็กในเมือง รวมถึงรอให้แหล่งน้ำในพื้นที่สามารถบำบัดน้ำเสียด้วยตัวเองผ่านพืชน้ำ
นอกจากลดการดูแลจากมนุษย์แล้ว สวนป่าในลักษณะนี้ยังมีประโยชน์ต่อเมืองอีกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการทำหน้าที่เป็น ‘เมืองฟองน้ำ’ หรือ Sponge City ที่ไม่ได้เป็นป่าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีองค์ประกอบของพื้นที่ชุ่มน้ำร่วมอยู่ด้วย เพื่อให้สวนไม่ใช่แค่ช่วยระบายน้ำออกไปให้เร็วที่สุด แต่ต้องเป็นแอ่งรับน้ำชั่วคราวในช่วงฝนตกได้ด้วย
สวนป่าจึงเป็นส่วนหนึ่งในการลดความร้อนและเพิ่มความชื้นของอากาศในเขตเมือง ช่วยบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมไปถึงเป็นพื้นที่เชื่อมโยงคนเมืองเข้ากับธรรมชาติและสัตว์
🏙️ ความท้าทายของการเกิดสวนป่าในกรุงเทพฯ
แม้คอนเซปต์ของสวนป่าจะดูเป็นผลดีต่อเมืองในระยะยาว แต่กรุงเทพฯ กลับมีจำนวนสวนป่าเพียงหยิบมือเท่านั้น
เหตุผลประการแรกที่ทำให้สวนลักษณะนี้เกิดขึ้นได้ยากคือ ความไม่เข้าใจประโยชน์ของการมีอยู่ของสวนป่า ไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำว่าสวนป่า และติดภาพจำของสวนป่าว่าเป็นพื้นที่รก ไม่สวยงาม ให้ความรู้สึกอันตราย เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ร้ายหรือแหล่งอาชญากรรม
ทั้งที่ความจริงแล้ว เราสามารถออกแบบสวนป่าให้ดูสวย น่าใช้งานไม่ต่างจากสวนสาธารณะโดยทั่วไปได้ จากการออกแบบภูมิทัศน์ที่เรียกว่า ‘Cues to Care’ ที่เป็นตัวบอกว่าพื้นที่นั้นได้รับการดูแล
หลักการง่ายๆ คือ ต้องออกแบบให้สวนมีหน้าตาดูคุ้นตา คนทั่วไปเข้าใจได้ทันทีว่าเป็นสิ่งที่มนุษย์ทำขึ้น ไม่ใช่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติอย่างสะเปะสะปะ ต้องแสดงให้เห็นว่าสวนได้รับการดูแล มีการลงทุนลงแรง หรือมีคนคอยสอดส่องเป็นหูเป็นตาให้พื้นที่นั้นอยู่เสมอ และในขณะเดียวกัน ต้องออกแบบให้สอดคล้องกับบรรทัดฐานทางสังคมหรือความต้องการของชุมชนในท้องถิ่นนั้นๆ
ไม่ว่าจะเป็นการตัดหญ้าตามแนวแบ่งเขตทางเท้า เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นไม้รุกล้ำรบกวนผู้คนที่เดินบนทางเท้า ในขณะที่ปล่อยให้พืชด้านในเติบโตได้อย่างอิสระ ใช้รั้วตีกรอบพื้นที่และสื่อถึงการครอบครองดูแลพื้นที่อย่างชัดเจน แปะป้ายข้อมูลอธิบายถึงส่วนต่างๆ ของพื้นที่ไว้อย่างละเอียด เพื่อเปลี่ยนความรู้สึกกลัวเป็นความเข้าใจ และติดตั้งไฟส่องสว่างในจุดสัญจร ลดจุดอับสายตา เพื่อช่วยให้สวนป่ากับเมืองอยู่ด้วยกันได้อย่างกลมกลืน และไม่สร้างความรู้สึกเชิงลบให้คนที่พบเห็น
💚 สวนป่ารักษาเมือง
ตัวอย่างความสำเร็จของสวนป่าในกรุงเทพฯ คือ การมีอยู่ของ ‘สวนป่าเบญจกิติ (Benchakitti Forest Park)’ สวนสาธารณะใจกลางเมืองบนพื้นที่โรงงานยาสูบเก่าเดิม ขนาด 320 ไร่ ที่ช่วยรองรับน้ำฝน บำบัดน้ำเสีย และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์เล็กในเมือง ทำหน้าที่เป็นห้องเรียนพฤกษศาสตร์ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสำหรับชาวเมือง
นอกจากนี้ ถัดออกไปแถวเขตประเวศ เรายังมี ‘ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง (Metro Forest)’ จัดสร้างโดยสถาบันปลูกป่าและระบบนิเวศ ปตท. บนพื้นที่กว่า 12 ไร่ และ ‘สวนป่านิเวศอ่อนนุช (On Nut Eco-Forest)’ โครงการฟื้นฟูบ่อขยะเก่าขนาด 55 ไร่ ในศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวที่กำลังอยู่ในช่วงดำเนินการ โดยความร่วมมือระหว่าง กทม. และ GC เกิดเป็นพื้นที่สีเขียวที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ และในขณะเดียวกันก็ยังกลายเป็นพื้นที่สาธารณะให้คนเมืองออกไปใช้ชีวิตมากขึ้นด้วย
การมีอยู่ของสามสวนป่านี้เปลี่ยนภาพจำของคนกรุงที่มีต่อสวนสาธารณะไปได้บางส่วน อย่างน้อยก็ทำให้เห็นว่าพื้นที่สีเขียวในเมืองไม่จำเป็นต้องถูกจัดเรียงด้วยพืชพันธุ์สวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย หญ้าสั้นเตียนอย่างเดียว เมืองสามารถทำสวนที่มีต้นไม้พื้นเมืองที่ไม่เป็นระเบียบบ้าง พืชพันธุ์ที่เหี่ยวเฉาในหน้าร้อนบ้าง แหล่งน้ำที่ไม่ได้ใสกิ๊งบ้าง
เพราะเมื่อเราเฝ้ารอให้นานพอ และคอยสอดส่องดูแลในระดับเท่าที่ควร สวนแห่งนั้นจะกลายเป็นป่าในเมืองที่พบเจอสัตว์นานาพันธุ์ และมีความหลากหลายด้านชีวภาพในระดับที่ไม่ต้องขับรถเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อไปเรียนรู้ธรรมชาติ
ทว่าคำถามที่สำคัญถัดมาคือ แล้วทุกวันนี้กรุงเทพฯ มีสวนป่าเพียงพอแล้วหรือยัง
เพราะหากมองในเชิงสถิติ การมีสวนป่าเพียง 3 - 4 แห่ง คงไม่สามารถแก้ปัญหาเกาะความร้อน (Heat Island) หรือรับมือน้ำท่วมขังในระดับโครงสร้างทั้งเมืองได้ เพื่อให้ Urban Rewilding เกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพจริง กรุงเทพฯ ยังต้องการสวนป่าเพิ่มขึ้นอีกมาก และต้องได้รับการออกแบบดูแลอย่างเข้าใจ เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ดีในอนาคต

#สวนป่า

“A great home starts with a simple touch of nature by your side.🌿”Location : Baan Khunjune , Bangkok, ThailandLandscape ...
30/04/2026

“A great home starts with a simple touch of nature by your side.🌿”
Location : Baan Khunjune , Bangkok, Thailand
Landscape : A.hub
#สวนบ้าน #จัดสวน #สวนสไตล์รีสอร์ท #บ้านน่าอยู่ #ออกแบบสวนโครงการ #รับออกแบบสวน #รับจัดสวน #ออกแบบสวน

ที่อยู่

1/110 พหลโยธิน 40
Bangkok
10900

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+66994562928

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ A.hubผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง A.hub:

แชร์