Mr.บำบัด

Mr.บำบัด ให้คำปรึกษาและออกแบบปรับปรุงระบบบ?

ให้คำปรึกษาและออกแบบปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสีย เพื่อเชื่อมต่อกับกรุงเทพมหานคร โดยทีมผู้ออกแบบและผู้เชี่ยวชาญ การปรับปรุง และดูแลระบบบำบัดน้ำเสียมากกว่า 30 อาคาร ใน กทม.

25/08/2017
11/05/2017

ที่พอจะเปลี่ยนได้คือตัวเราเอง

10/05/2017

จะเป็นอย่างไรเมื่อเราเลิกการแบ่งแยก

26/04/2017

รับออกแบบและปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียของอาคาร
เพื่อขอรับบริการบำบัดน้ำเสียกรุงเทพมหานคร
- สามารถลดค่าใช้จ่ายภายในอาคาร
ได้ปีล่ะ 300,000 - 2,000,000 บาท!!!
- แก้ปัญหาอาคารที่ถูกกรมควบคุมมลพิษเข้าตรวจ
- ลดภาระงานช่างประจำอาคาร
- ยกเลิกการใช้งานปั๊มภายในอาคารกว่า 80 %

สำหรับคนที่ใช้บัตรทอง และอยากจะเข้าสู่ประกันสังคม จ่ายเดือนละ 300 บาท ได้ชดเชยรักษาพยาบาล และ ชราภาพ- กรณีเข้ารักษาในสถา...
25/04/2017

สำหรับคนที่ใช้บัตรทอง และอยากจะเข้าสู่ประกันสังคม จ่ายเดือนละ 300 บาท ได้ชดเชยรักษาพยาบาล และ ชราภาพ

- กรณีเข้ารักษาในสถานพยาบาล ประเภทผู้ป่วยใน ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ วันละ 300 บาท
- ถ้าไม่ได้เป็นผู้ป่วยในแต่หยุด 3 วันขึ้นไปและมีใบรับรองแพทย์ได้รับ 200 บาท
- กรณีจ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่า 60 เดือน ได้รับเงินสงเคราะห์ 3,000 บาท
- กรณีจ่ายเงินสมทบเดือนละ 300 บาท สมทบไม่น้อยกว่า 6 เดือน หากตายได้รับ 40,000 บาท
- สมทบไม่น้อยกว่า 24 เดือน รับเงินสงเคราะห์บุตรอายุไม่เกิน 6 ปี ไม่เกิน 2 คน คนละ 200 บาทต่อเดือน
- สมทบไม่น้อยกว่า 180 เดือน หากชราภาพได้รับประโยชน์ทดแทน (โบนัส) 10,000 บาท

ส่วนการรักษาพยาบาลใช้สิทธิบัตรทอง

หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ : ข่าวการเงิน ตลาด รถยนต์ พร็อพเพอร์ตี้ ไอซีที ท่องเที่ยว ต่างประเทศ เศรษฐกิจในประเทศ

21/04/2017

Treatment with SCADA

05/04/2017

"เขาคือใครสักคน ที่ถูกคนกลุ่มหนึ่งเรียกว่าคนบ้า
แต่เขาก็ไม่ค่อยโต้ตอบหรอก มัวแต่ก้มหน้าก้มตาทำงาน
มารู้สึกตัวอีกที เขาก็อายุ 63 ปีแล้ว"

คนบ้าคนนั้นชื่อ วิทยา นามสกุล เลาหกุล
ผมไม่ได้คิดถึงวิทยา และเกิดไม่ทันชีวิตของแกหรอก
แต่จะขออนุญาตเล่าอะไรให้คุณฟัง

วิทยา เลาหกุล เกิดเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2497 ที่ จ.ลำพูน
เขาเกิดในครอบครัวใหญ่ มีพี่น้องรวม 14 คน
เขาเป็นลูกคนที่ 7 ในครอบครัวที่มีลูกชายถึง 8 คน และลูกสาวอีก 6 คน

ชีวิตในช่วงลมหายใจวัยเยาว์ของวิทยา ค่อนข้างมีปัญหา
คุณพ่อของเขาถูกฟ้องล้มละลาย และติดคุก
ครอบครัวเริ่มลำบาก
และความลำบาก นั่นคือจุดเกิดเหตุที่เขาต้องเลือก

ขณะที่พี่น้องคนอื่นเลือกเรียน เพื่องาน เพื่อเงิน เพื่ออนาคต
วิทยา กลับเลือกฟุตบอล
โดยมีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ "เพื่ออนาคต"

วิทยา เลาหกุล เริ่มเตะฟุตบอลในวัย 7-8 ปี ที่โรงเรียนในบ้านเกิด
เขาซ้อมฟุตบอล วันละ 3 เวลา
และจะซ้อมถึงสี่เวลา หากคืนนั้นเป็นคืนพระจันทร์เดือนหงาย ที่มีแสงสว่างเพียงพอให้กับเขา และลูกฟุตบอล

เขารู้ดีว่า ฝึกเองเท่าไรก็ไม่มีทางเก่ง
เขาต้องหาครู และเขาอยากเป็นลูกศิษย์นักฟุตบอลระดับโลก

วิทยา ใช้วิธีเรียบง่าย เขาวิ่งวันละหลายกิโลเมตร เพื่อไปบ้านเพื่อนที่มีโทรทัศน์ ใช่แล้ว!! เขาวิ่งไปหา บ๊อบบี้ มัวร์, แจ๊คกี้ ชาร์ลตัน, บ๊อบบี้ ชาร์ลตัน, นอร์แมน ฮันเตอร์ ในทีวี

เขาใช้เวลาหน้าจอโทรทัศน์ขาวดำ จดจำจุดเด่น เบสิค และทักษะของนักฟุตบอลเหล่านั้น ก่อนจะวิ่งๆๆๆ กลับมาฝึกฝนต่อที่บ้าน ก่อนฟ้ามืด

ความบ้าของเด็กชายวิทยาทำให้เขาถูกเรียกว่า "ยาโม๊ะ"
จากคำเล่าของเขา มันเป็นภาษาเหนือที่แปลว่า บ้าๆ บอๆ
บ่อยครั้งที่เขามักแสดงตัวเป็นหัวโจก สร้างทีมบอล จับเพื่อนคนนั้น พี่น้องคนนี้ เล่นตำแหน่งนั้น ตำแหน่งนี้
"เขาคือ ยาโม๊ะผู้บ้าบอล"

ปี 2516 กีฬาเขตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 7 ถูกจัดขึ้นที่ จ.นครศรีธรรมราช
วิทยา ฉายพรแสวงออกมาล้นเปี่ยมในวัย 19 ปี
เขาพาทีมฟุตบอลเขต 5 จังหวัดลำพูน คว้าเหรียญทอง
และผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์นั้น ก็คือ "วิทยา เลาหกุล"

เจ้าหนูยาโม๊ะ เริ่มทะนงตัวว่าเก่งกาจ เขาตัดสินใจส่งจดหมายหา อาจารย์วิวิธ ธิโสภา หนึ่งในกุนซือของวงการฟุตบอลไทยในขณะนั้น
เขาต้องการทดสอบฝีเท้า เขาต้องการติดทีมชาติ
ที่สำคัญที่สุด "เขาไม่ได้บ้า เขาเอาจริง"

หลังได้รับจดหมายตอบกลับ วิทยาเดินทางด้วยรถไฟมุ่งสู่เมืองหลวงทันที
ก่อนร่วมทดสอบฝีเท้า และติดทีมชาติไทย ชุดนักเรียนไทย
เขากับเพื่อนๆ พาทีมชาติชุดนักเรียนไทย ได้แชมป์เอเชียทันที ที่ประเทศไต้หวัน และนั่นคือแชมป์แรกของวิทยา ในรูปแบบที่มีธงชาติไทยปักที่ชุดแข่งขัน

ปี 2518 วิทยา เขยิบขึ้นมาเป็นตัวเลือกในทีมชาติไทย
อายุที่ยังน้อย ประกอบกับความเปิ่น แต่ก็ยังติดทีมชาติ
ทำให้เขาถูก "สุชิน กสิวัตร" รุ่นพี่ และเพื่อนร่วมห้องในทีมช้างศึก
เรียกว่า "เจ้าเฮง" (เฮงมากที่ได้ติดทีมชาติ)

15 มีนาคม 2518
เขาติดทีมชาติไทย ชุดใหญ่ครั้งแรก ในศึกเอเชี่ยนคัพ 1976 รอบคัดเลือก ที่ทีมชาติไทยชนะอินโดนีเซีย 3-1
27 พฤษภาคม 2518
วิทยาทำประตูแรกให้ทีมชาติไทย ในเกมอุ่นเครื่องที่แพ้เลบานอน 1-2
ธันวาคม 2518
วิทยา เป็นหนึ่งในนักเตะชุดแชมป์ซีเกมส์ ครั้งที่ 8 ที่กรุงเทพฯ (สมัยนั้นยังเรียกว่า เซียพเกมส์)

"นั่นคือประวัติศาสตร์ เหรียญทองซีเกมส์แบบเดี่ยวครั้งแรกของทีมชาติไทย
หลังเคยคว้ามาได้ในรูปแบบแชมป์ร่วมกับ พม่า เมื่อปี 2508 (เซียพเกมส์ ครั้งที่ 3)"

ส่วนของสโมสร ช่วงแรก วิทยา เริ่มต้นเล่นกับสโมสร "ฮากกา"
สโมสรที่มีต้นกำเนิดมาจากสมาคมหัวเฉียวจีนแคะ และชุมชนชาวจีนฮากกาในไทย แล้วก็ได้ย้ายไปเล่นให้สโมสรราชประชาฯ ของ "หม่อมลูกหนัง" พล.ต.ต.ม.ร.ว.เจตจันทร์ ประวิตร

"ที่ราชประชา วิทยาได้เงินเดือนแรกโดยไร้สัญญา มันมีค่า 500 บาท"

จากนั้น วิทยา เลาหกุล เจ้าของฉายา "ฮาล์ฟอังกฤษ" จากสไตล์การเล่น
ก็เริ่มเขียนประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังได้อ่าน ด้วยกำลังขาทั้งสองข้าง
ด้วยหัวใจที่เขาเองก็ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น

ในรายการแห่งมนต์ขลังของเอเชีย "เมอร์เดก้า คัพ" เมื่อปี 2519
วิทยา พาทีมชาติไทย เสมอกับ ทีมชาติญี่ปุ่น 2-2
โดยเขาเล่าว่า เกมนั้นเขายิงฟรีคิกสองประตู

หลังจบเกม มีคนญี่ปุ่นคนหนึ่ง ชวนวิทยาไปเล่นให้กับ สโมสรยันมาร์ ดีเซล (เซเรโซ่ โอซาก้า ในปัจจุบัน)

"เขาชื่อว่า คูนิชิเกะ กามาโมโต้"

กามาโมโต้ เป็นตำนานของสโมสรยันมาร์ดีเซล
เขาคือนักเตะดาราเอเชีย เขาคือเจ้าของสถิติยิงประตูสูงสุดให้ทีมชาติญี่ปุ่น (80 ประตู จาก 84 นัด)
เขาคือดาวซัลโวของศึกฟุตบอลในโอลิมปิก เกมส์ 1968
เขาคือผู้พาทีมชาติญี่ปุ่น คว้าเหรียญทองแดง โอลิมปิก เกมส์ 1968
เขาคือดาวซัลโว ลีกสูงสุด ฟุตบอลญี่ปุ่น 7 สมัย
เขาคือนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของญี่ปุ่น อีก 7 สมัย

"ย้ำอีกครั้ง เขาชวนวิทยา เลาหกุล ไปเล่นที่ญี่ปุ่น"

พ.ศ. 2520-2521
วิทยา ออกล่าเงินเยนในดินแดนอาทิตย์อุทัย
เขารู้จักฟุตบอลที่เป็นอาชีพมากขึ้น (สมัยนั้น ลีกญี่ปุ่นเป็นกึ่งอาชีพ)
เขารู้จักการฝึกซ้อมที่เข้มข้น
เขาเรียนรู้กับภาษาที่แตกต่าง, อาหารแปลกถิ่น, ไลฟ์สไตล์ที่ไม่เคยพบ และสภาพอากาศหนาวเหน็บในบางช่วง

"ผมไม่แน่ใจเลยว่า ประเทศญี่ปุ่นเมื่อ 40 ปีที่แล้ว จะสวยงาม น่าค้นหา เดินทางยากกว่าสมัยนี้แค่ไหน
ชาวอาทิตย์อุทัยเพิ่งสร้างประเทศมาแค่ 30 กว่าปี หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง แต่ผมคิดว่า วิทยา เลาหกุล ต้องอดทน และแข็งแกร่งมากๆ
ที่ต้องไปอยู่คนเดียว แม้มันจะมีซากุระที่สวยงามบานเต็มเป็นเพื่อนก็ตาม"

วิทยา ที่สื่อญี่ปุ่นเรียกว่า "เฮงซัง" ลงสนามให้ ยันมาร์ดีเซล สองปี
ความทรงจำที่ดีที่สุด เกิดขึ้นเมื่อเขายิงประตูชัยให้กับ ยันมาร์ ดีเซล ในเกมชนะ ฟูรูกาว่า 2-1 ในศึก เอ็มเพอร์เร่อร์ คัพ (เอฟเอคัพญี่ปุ่น) รอบรองชนะเลิศ ซึ่งมีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศญี่ปุ่น

ภายในสองปี
เขาได้รับเลือกเป็น 1 ใน 11 นักเตะยอดเยี่ยมประจำซีซั่น
เขาเป็นดาวซัลโวสูงสุดในศึกเอฟเอคัพ ที่จำนวน 6 ประตู
เขาทำสกอร์ในฟุตบอลลีกของญี่ปุ่น ได้ทั้งสิ้น 14 ประตู

ในขณะที่ เขายังคงติดทีมชาติไทยอยู่เรื่อยๆ โดยมีส่วนร่วมกับการคัดเลือกฟุตบอลโลก 1978 ของทีมชาติไทย เมื่อปี 2520 ที่ประเทศสิงคโปร์

วิทยา เลาหกุล ยิงประตูแรกในเกมแพ้ มาเลเซีย 4-6
และอยู่ในทีมชุดประวัติศาสตร์ คว้าชัยชนะแรกในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกของทีมชาติไทยได้ เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2520 ที่ชนะ อินโดนีเซีย 3-2 (เชิดศักดิ์ ชัยบุตร, เจษฎาภรณ์ ณ พัทลุง และ นิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์ เป็นผู้ทำประตู)

"หากคุณไม่เดินทาง คุณก็จะไม่ได้พบโลกที่ใหญ่กว่า"

หลังจบซีซั่นที่สองในญี่ปุ่น วิทยา ปฏิเสธสัญญาที่ยันมาร์ ดีเซล มอบให้จำนวน 5 ปี
รายรับก้อนโต ไม่ตอบโจทย์เขา
ฟุตบอลกึ่งอาชีพ (Semi - Pro League) ที่ญี่ปุ่นในสมัยนั้น มีคนดูแค่หลักร้อยหลักพัน
เขาต้องการพบโลกที่ใหญ่กว่า
เขาต้องการลงเตะท่ามกลางผู้ชมเรือนแสน

ไม่นานนัก ทีมชาติไทย มีเกมพบกับ ฟอร์ทูน่า โคโลญจน์ ทีมดังจากเยอรมัน และ เอสปันญอล สโมสรชั้นนำของสเปน

"เพชรยังไงก็คือเพชร"

หลังจบแมตช์กับ ฟอร์ทูน่า โคโลญจน์
มีแมวมองเดินตรงมาหาวิทยา พร้อมนำเอาผ้าพันคอ และสูจิบัตรของสโมสรหนึ่งมาให้ และถามวิทยาว่า ไปอยู่ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ไหม?

ประเทศเยอรมันในขณะนั้น ยังอยู่ในภาวะสงครามแบบเนืองๆ
มีการแบ่งแยกดินแดนออกเป็นสองฝั่ง
ตะวันตก ถูกปกครองด้วย สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ และฝรั่งเศส
ส่วนฟาก ตะวันออก ถูกปกครองโดย สหภาพโซเวียต

แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ในกรุงเบอร์ลิน ตั้งอยู่ในเขตตะวันออก
โดยมีกำแพงเบอร์ลิน ล้อมรอบเมือง

บางคนบอก ฟุตบอลเป็นมากกว่าสงคราม
บางคนก็บอกว่า ฟุตบอลไม่ใช่สงคราม
แล้วถ้าเล่นฟุตบอลในดินแดนที่ยังคงมีกลิ่นสงครามคุกรุ่นอยู่หล่ะ

วิทยา เลาหกุล ข้ามจากเอเชียมายุโรป
และข้ามจากฝั่งเยอรมันตะวันตกมาเยอรมันตะวันออก
เพื่อทำสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับคนไทยให้เกิดขึ้น
นั่นคือการเซ็นสัญญาร่วมทีมอาชีพในลีกบุนเดสลีกา เยอรมัน

วิทยา อาศัยอยู่คนเดียวที่บ้านแถบตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงเบอร์ลิน
และจักรยาน 1 คัน เพื่อเดินทางไปซ้อม
ภายในกำแพงยักษ์เบอร์ลิน ทุกอย่างดูมืดมน และอันตรายนักสำหรับ "ยาโม๊ะ"

ทว่าเพียงครึ่งเดือนหลังฝึกซ้อมปรับสภาพกับทีมชุดสำรอง
ฮันส์ กุสต๊าฟ เอเดอร์ โค้ชทีมสำรอง ก็เดินไปบอก คูโน่ คล็อตเซอร์ เฮดโค้ชทีมชุดใหญ่ว่า วิทยา พร้อมแล้วกับลีกที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก

วิทยา เป็นตัวสำรองอยู่ 5 เกม จนกระทั่งเกมพบกับ ฟอร์ทูน่า ดุสเซลดอร์ฟ
คูโน่ คล็อตเซอร์ ได้ตะโกนสั่งให้เขาลุกจากม้านั่ง ไปสู่สนาม

จากเด็กลำพูนที่วิ่งหลายกิโลเมตร เพื่อชมเกมฟุตบอลยุโรปทางโทรทัศน์
เขาวิ่งมาเรื่อยๆ จนถึงกรุงเบอร์ลิน
เขาวิ่งมาเรื่อยจนถึง โอลิมปิก สเตเดี้ยม ที่ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ สร้างขึ้น

หนุ่มน้อยยาโม๊ะที่เคยเตะบอลคนเดียวให้พระจันทร์ดู
วันนี้ เขามาได้ไกลจนเป็นหนึ่งในท่ามกลางดวงดาว
ที่มีผู้ชมกว่า 60,000 คนรายล้อมตัวเขา

จบเกมดังกล่าว แฮร์ธา เบอร์ลิน ได้รับชัยชนะ 4-1
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของฉายา "ไทยบูม (Thai Boom)" ในลีกเยอรมัน

ทั้งนี้ทั้งนั้น วิทยา ต้องลงเล่นท่ามกลางความกดดันอย่างสูง
สภาพอากาศเอย อาหารการกินเอย การเหยียดเชื้อชาติเอย
และการแข่งขันในทีมที่ยิ่งใหญ่

นอกจากนี้ วิทยาไม่ได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมทีม
ไม่ค่อยมีคนส่งบอลให้เขา
บ่อยครั้งที่เขาถูกถ่มน้ำลายรดลงมา หากวิ่งได้ช้ากว่าเพื่อนในการวิ่งขึ้นสนาม เพื่อทดสอบความฟิต

ฉายาของเขาคือ ไชนีส (Chinese) และ ไชนีส หมูสกปรก!

วิทยาเล่าให้ฟังว่า กว่าจะได้กินรากผักชี หรือ ปลาทูสักตัว
ซึ่งเป็นอาหารโปรดของเขา ต้องรอเป็นสัปดาห์ๆ หรือเป็นเดือนๆ

ครั้งหนึ่ง ระหว่างการซ้อม วิทยา โดน เจอร์เกน มัวร์ (Jurgen More) ศอกใส่หน้า เขาตัดสินใจชกกลับ จนโดนปรับถึง 10,000 มาร์กส์ และแบนอีก 1 วีก

"เขาเป็นเอเชียตัวเล็กที่ไม่ค่อยมีคนรัก"

บ่อยครั้งที่เขาต้องเจอคำพูดเสียดสีจากเพื่อนร่วมทีม และโค้ชคนใหม่
ฟุตบอลไทยเล่นได้แค่นี้เหรอ
ที่เมืองไทย เตะฟุตบอลกันแบบนี้เหรอ
ที่ประเทศไทย ส่งบอลกันแบบนี้เหรอ แบบนี้ไปเรียกเมียมาเล่นแทนเถอะ

"หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน"

วิทยาใช้เวลา 4-5 เดือน เพื่อนร่วมทีมก็เริ่มเรียกเขามาเล่นลิงในวงเดียวกัน
แต่มันก็ไม่ทัน เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในฐานะตัวสำรอง
และแฮร์ธ่า เบอร์ลิน ต้องตกชั้น.......

จากนั้น วิทยา ใช้ชีวิตในลีกาสอง เยอรมัน กับแฮร์ธ่า เบอร์ลิน
ทุกอย่างดูดีขึ้น เขามีเพื่อนมากขึ้น มีคนยอมรับมากขึ้น
และได้เพื่อนใหม่เป็นชาวเอเชียอย่าง ชา บอม กุน กองหน้าทีมชาติเกาหลีใต้ และ ยาซูฮิโกะ โอคุเดระ นักเตะทีมชาติญี่ปุ่น

กระทั่งในปี 1982 วิทยาได้ตัดสินใจผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิต
เนโร ดิ มาร์ติโน่ โค้ชผู้รักษาประตูชาวอิตาลี ของ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน แนะนำให้ วิทยา เลาหกุล ไปเล่นกับนาโปลี ในลีกกัลโช่ ซีเรีย อา

วิทยา ปฏิเสธนาโปลี เพราะไม่อยากเริ่มต้นใหม่ ทุกอย่างกำลังเข้าที่แล้วในเยอรมัน จำนวน 3 ปี ที่เขาเดินทางมา

วิทยา ไม่รู้สักนิดว่า อากาศที่อิตาลี เหมาะกับเขามากกว่าเยอรมัน หากเปรียบเทียบกับบ้านเกิด
และเขาก็ไม่รู้ว่า ดิเอโก้ มาราโดน่า ก็จะได้ย้ายไปอยู่กับนาโปลี ในอนาคตอีก 2 ปี ต่อมา

ปี 1982-1984 หลังจากเซย์โนนาโปลี
วิทยาต้องการลงเล่นมากขึ้นที่เยอรมัน
เขาจึงปฏิเสธข้อเสนอการต่อสัญญาจากแฮร์ธ่า เบอร์ลิน
และย้ายข้ามฟากเมืองมาสู่ดินแดนตะวันตก โดยเล่นให้กับ
ซาร์บรุ๊คเค่น เมืองชนบท ในระดับโอเบอร์ลีก้า หรือ ดิวิชั่น 3 ของเยอรมัน

วิทยาใช้เวลาไม่นานนักในการโชว์ฟอร์มได้ดีจนยึดตัวจริง
เขาลงเล่นให้ทีมอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการเรียนโค้ชจนจบระดับ A-License

ทุกอย่างกำลังไปได้ดี เขาพาต้นสังกัดเลื่อนชั้น และได้รับการจับตามอง
แต่การจบโค้ช ทำให้เขาอยู่ไม่สุข ลุกลี้ลุกลน เหมือนคนบ้า

"ยาโม๊ะน้อย อยากเป็นโค้ชมาแต่ไหนแต่ไร
ยาโม๊ะ อยากกลับบ้านไปเป็นโค้ช"

วิทยา ตัดสินใจกลับเมืองไทยทันที โดยไม่สนใจโบนัส
ทั้งที่อายุเพียงแค่ 30 ต้นๆ เพราะต้องการกลับมาเป็นโค้ชสอนเด็กไทยให้ได้รับโอกาสแบบเขา และนั่นคือการตัดสินใจ ที่พลาดที่สุดในชีวิตของเขา

หลายคนบอกว่าเขาบ้า แต่เขาก็คือคนบ้าที่ไปได้ไกลถึงเยอรมัน
หลายคนกล่าวหา ทั้งที่ไม่เคยรู้ความจริงว่า เขาเดินทางมามากมายแค่ไหน

“คนชอบบอกว่าผมบ้า ผมไปจีบผู้หญิง พ่อผู้หญิงยังเอาปืนมาขู่ผมเลยว่า คุณจะเอาอะไรมาเลี้ยงลูกผม”

“แต่ทุกวันนี้ ผู้หญิงคนนั้นน่ะเหรอ?
ก็ภรรยาผมปัจจุบันนี้ไง”

"วิทยา เลาหกุล"

ปล. ถ้าผมมีเวลา ผมจะมาเล่าเรื่องความบ้าของวิทยาต่อ ในภาคการเป็นโค้ช หลังจากกลับมาจากเยอรมัน

ปล. วิทยาทิ้งท้ายการเล่นฟุตบอลได้อย่างสวยงาม
เขาเป็น กัปตันทีมชาติไทย ชุดแชมป์ซีเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่ประเทศไทย เมื่อปี 2528 โดยนัดชิงชนะเลิศ ชนะ สิงคโปร์ 2-0 (เฉลิมวุฒิ สง่าพล ยิง 2 ประตู)

"ถ้าคุณรักฟุตบอลได้เท่าวิทยา
ผมจะไม่เถียงคุณสักคำ"

#จอน
03-04-2560

ขอขอบคุณภาพจาก pantip.com/topic/33151716 (รวมถึงเจ้าของภาพด้วยนะครับ ผมไม่แน่ใจว่าคือใคร)

เนื้อหาข้อมูลทั้งหมดที่ผมนำมาเรียบเรียง ขอได้รับการขอบคุณมาจากผมใน ณ ที่นี้ ด้วยนะครับ

ฟุตบอลสยาม
pantip.com/topic/33151716
fourfourtwo.com/th/features/100-pii-100-eruuengtngcchdcchamprawatisaastrthiimchaatiaithy?page=0%2C4
วิกิพีเดีย Witthaya Hloagune
thailandsusu.com/webboard/index.php?topic=5763.20;wap2
fourfourtwo.com/th/features/kaalkhranghnuengainyuorp-chiiwitphcchyphaykhngwithyaa-elaahkul?page=0%2C1

04/04/2017

วิกฤติ โตชิบา / โดย เพจลงทุนแมน
โตชิบา นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต สโลแกนนี้หลายคนคงเคยได้ยินตอนเด็กๆ ถ้าพูดถึงชื่อนี้คงนึกถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า ทีวี ตู้เย็น โน้ตบุ๊ค ที่คุ้นเคยกันมานาน แต่ตอนนี้โตชิบากำลังอยู่ในขั้นวิกฤติ และต้องขายกิจการ

โตชิบาก่อตั้งเมื่อ 142 ปีที่แล้ว โดยบริษัทไม่ได้มีรายได้หลักมาจากเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้ว แต่รายได้หลักมาจาก 3 ธุรกิจคือ
1) พลังงาน และโรงไฟฟ้า
2) สาธารณูปโภค เช่น ระบบบำบัดน้ำเสีย ลิฟท์ แอร์ ระบบรถไฟ
3) อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น ฮาร์ดดิสก์ เซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งตอนนี้โตชิบาเป็นบริษัทที่ผลิต ชิพหน่วยความจำ อันดับต้นๆของโลก

บริษัทโตชิบาถือว่าเป็นบริษัทเก่าแก่ที่มีชื่อเสียง และเป็นบริษัทชั้นนำในการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ โตชิบาเป็นบริษัทแรกในญี่ปุ่นที่ผลิตหลอดไฟ เครื่องโทรเลข เครื่องซักผ้า เครื่องดูดฝุ่น และ เตาไมโครเวฟ ให้แก่ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่น

แต่แล้วเมื่อปี 2015 ผู้บริหารของโตชิบาได้ออกมายอมรับว่าในช่วงปี 2008 - 2015 บริษัทได้รายงานผลกำไรเกินจริงไป 42,000 ล้านบาท หลังจากแถลงข่าวผู้บริหารก็โค้งคำนับเพื่อขอโทษเป็นเวลา 15 วินาที (ตามรูปด้านล่าง) ซึ่งนับเป็นการเสียภาพพจน์ที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ 140 ปีของบริษัท

แต่เหมือนแมลงสาบไม่ได้มีตัวเดียว..

Westinghouse เป็นบริษัทโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่อเมริกาซึ่งถูกโตชิบาซื้อไปเมื่อปี 2006 เมื่อไม่นานมานี้โตชิบาออกมารายงานว่าบริษัทจะต้องรับรู้ผลขาดทุนเป็นเงินหลายแสนล้านบาท จากปัญหาการก่อสร้างที่ล่าช้า และค่าก่อสร้างสูงกว่าในแผนงาน

โตชิบาได้ขอเลื่อนการประกาศงบการเงินไตรมาส 4 ปี 2016 ออกไป สำหรับในวงการตลาดทุนแล้ว การไม่ประกาศงบการเงินตามกำหนด เป็นสัญญาณที่ไม่ดีเอามากๆสำหรับผู้ถือหุ้น และการกระทำดังกล่าวของบริษัท มีความเสี่ยงที่จะถูกพักการซื้อขายหุ้นในตลาด และถูกถอดออกจากตลาดหลักทรัพย์

มีการคาดการณ์กันว่าการรับรู้ผลขาดทุนของ Westinghouse จะทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ ซึ่งหมายความว่าในทางเทคนิคแล้วโตชิบากำลังจะล้มละลาย

ที่น่าสนใจคือ ถ้าย้อนกลับไปเมื่อปี 2015 โตชิบามีส่วนของผู้ถือหุ้นซึ่งสะสมจากการทำธุรกิจมา 140 ปีเป็นเงิน 300,000 ล้านบาท แต่เมื่อโตชิบาผิดพลาด ใช้เวลาแค่ 2 ปีในการทำให้เงินที่สะสมมาหายไปทั้งหมด และตอนนี้แถมหนี้สินมาด้วย

นักวิเคราะห์ให้เหตุผลว่าโตชิบาซื้อ Westinghouse ในราคาที่แพงไป และเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฟูกูชิม่าในปี 2011 ทำให้ภาพธุรกิจพลังงานนิวเคลียร์ได้เปลี่ยนไป การสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต้องการความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น และทำให้มีต้นทุนที่สูงขึ้นตามมา

และถ้าบริษัทมีส่วนผู้ถือหุ้นติดลบติดต่อกัน 2 ไตรมาส บริษัทก็จะถูกถอดออกตลาดหลักทรัพย์เช่นกัน ตอนนี้โตชิบาจึงจำเป็นต้องหาเงินโดยด่วนจากการขายสินทรัพย์ของบริษัท หรือ จากการเพิ่มทุน

ในวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา Westinghouse Electric บริษัทลูกที่อเมริกาได้ยื่นขอล้มละลายเพื่อจำกัดผลขาดทุนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และโตชิบาได้ประกาศว่าจะขายธุรกิจ ชิพหน่วยความจำธุรกิจที่กำไรดีที่สุดของโตชิบา ซึ่งถ้าขายธุรกิจนี้ได้ โตชิบาก็จะได้เงินมาใช้หนี้ และรอดจากการล้มละลาย ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เราคุ้นเคยอาจจะยังอยู่ได้ แต่บริษัทก็จะยังมีหนี้เหลือจำนวนมากอยู่ดีซึ่งอาจจะต้องขายธุรกิจอื่นๆอีกในอนาคต

ทั้งนี้มีหลายบริษัทที่จะเข้ามาร่วมประมูลเสนอซื้อธุรกิจ ชิพหน่วยความจำ จากโตชิบา และบริษัทเหล่านั้นก็คือบริษัท..

Apple, Google และ Amazon

ธุรกิจกำลังอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านอย่างแท้จริง

ที่มาบทความ http://longtunman.com/336

ชีวิตทำเหมือนคุณเป็นเพื่อนเล่น! มันผลักให้คุณตกบันไดหกคะเมนตีลังกา จากนั้นก็หัวเราะแห้งๆ จากไป ปล่อยให้คุณค่อยๆ เก็บแขนเ...
23/03/2017

ชีวิตทำเหมือนคุณเป็นเพื่อนเล่น! มันผลักให้คุณตกบันไดหกคะเมนตีลังกา จากนั้นก็หัวเราะแห้งๆ จากไป ปล่อยให้คุณค่อยๆ เก็บแขนเก็บขาและหัวใจที่กระจัดกระจายขึ้นมาประกอบเอง
ในทุกครั้งคุณอยากจะเริ่มต้นใหม่ กลับมาเป็นนายของตัวเองอีกครั้ง แต่ภายใต้ความบอบช้ำนั้น ทำอย่างไรที่คุณจะค่อยๆ จัดการชีวิตอย่างไม่เสียสมดุล โดยไม่ต้องพยายามมากนัก เพราะคุณเองก็ไม่อยากประกอบตัวเองใหม่แบบสลับหัว หัวสลับหาง ยิ่งต่อยิ่งพัง เราปล่อยให้คุณทำแบบนั้นไม่ได้จริงๆ
ดังนั้นเรามาจิบไวน์แดง อ่านคำแนะนำจากแวดวงประสาทวิทยา (Neuroscience) และจิตวิทยากันดีกว่า เพราะต่อให้คุณล้มลงไม่เป็นท่า แต่ไวน์แดงในมือก็ไม่เคยกระฉอกสักหยด
https://thematter.co/byte/how-to-organize-mind-when-feeling-down/20795

ชีวิตทำเหมือนคุณเป็นเพื่อนเล่น! มันผลักให้คุณตกบันไดหกคะเมนตีลังกา จากนั้นก็หัวเราะแห้งๆ จากไป ปล่อยให้คุณค่อยๆ เก็บแขนเก็บขาและหัวใจที่กระจัดกระจายขึ้นมาประกอบเอง ในทุกครั้งคุณอยากจะเริ่มต้นใหม่ กลับมาเป็นนายของตัวเองอีกครั้ง แต่ภายใต้ความบอบช้ำนั้น ทำอย่างไรที่คุณจะค่อยๆ จัดการชีวิตอย่างไม่เสียส...

คุณนอนแน่นิ่งจมอยู่บนเตียง แม้ลืมตาตื่นมานานกว่า 10 นาที แต่ดูเหมือนร่างกายจะไม่ยอมรับคำสั่งใดๆ การเคลื่อนไหวอืดอาดราวจม...
18/03/2017

คุณนอนแน่นิ่งจมอยู่บนเตียง แม้ลืมตาตื่นมานานกว่า 10 นาที แต่ดูเหมือนร่างกายจะไม่ยอมรับคำสั่งใดๆ การเคลื่อนไหวอืดอาดราวจมในบ่อน้ำมันหนืดๆ ไหนจะต้องอาบน้ำแต่งตัว ไหนจะต้องฝ่ารถติดสุดวิปโยค เพื่อไปนั่งในคอกแคบๆ รอให้เวลามันหมดๆไปในแต่ละวัน

มันน่าแปลกนะ! ทั้งที่เมื่อก่อนคุณเคยบอกกับตัวเองว่า ‘งานที่ทำอยู่มันน่าตื่นเต้นสุดๆ’ แถมตำแหน่งของคุณก็ต้องแย่งชิงกับคนเป็นร้อยๆ อยู่จุดนี้ได้ไม่ใช่เพราะดวงแน่ๆ แต่กลายเป็นว่าคุณกลับไม่รู้สึกพอใจในงานที่ทำอยู่ สิ่งที่เคยใฝ่ฝันกลายเป็นกับดักอันขมขื่นค่อยๆ กัดกร่อนคุณทีล่ะน้อย

ถ้าเป็นแบบนี้นั่นคือคุณ กำลัง หมดไฟแล้วแหละ

เมื่อการลาออกไม่ใช่คำตอบ จะโหมไฟที่วอดกลับมาอย่างไร คุณนอนแน่นิ่งจมอยู่บนเตียง แม้ลืมตาตื่นมานานกว่า 10 นาที แต่ดูเหมือนร่างกายจะไม่ยอมรับคำสั่งใดๆ การเคลื่อนไหวอืดอาดราวจมในบ่อน้ำมันหนืดๆ ไหนจะต้องอาบน้ำแต่งตัว ไหนจะต้องฝ่ารถติดสุดวิปโยค เพื่อไปนั่งในคอกแคบๆ รอให้เวลามันหมดๆไปในแต่ละวัน มันน่าแปลก...

08/03/2017

ที่อยู่

Bangkok
10120

เบอร์โทรศัพท์

+66987287998

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Mr.บำบัดผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์