Struc Sense อัจฉริยะงานตรวจสอบเพื่อโครงสร้างที่ปลอดภัย

🚨 เข้าร่วมฟรี! งานเสวนา SHM ที่คุณไม่ควรพลาด 🚨ขอเชิญทุกท่านร่วมเปิดมุมมองใหม่กับประสบการณ์จริงในการใช้งานSHM “ใกล้ตัวกว่...
26/02/2026

🚨 เข้าร่วมฟรี! งานเสวนา SHM ที่คุณไม่ควรพลาด 🚨

ขอเชิญทุกท่านร่วมเปิดมุมมองใหม่กับประสบการณ์จริงในการใช้งาน
SHM “ใกล้ตัวกว่าที่คิด”

🔎 เทคโนโลยีความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทย
พบกับการพูดคุยเชิงลึกเกี่ยวกับ
Structural Health Monitoring (SHM) และ Geotechnical Monitoring
ที่จะช่วยยกระดับความปลอดภัยของอาคาร สะพาน เขื่อน อุโมงค์ และโครงสร้างสำคัญของประเทศ

💡 เรียนรู้จากผู้ปฏิบัติงานจริง นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญในวงการ
พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตรง กรณีศึกษา และแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในโครงการจริง

📅 วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569
⏰ เวลา 09.00 – 16.00 น.
📍 อาคารสภาวิศวกร ลาดพร้าว 54 ห้องประชุมสัมมนา ชั้น 5

🎓 ผู้เข้าร่วมประชุมรับ CPD 3 Units
📡 รับชมผ่าน Facebook Live ได้

✨ งานนี้ ไม่มีค่าใช้จ่าย

📌 ที่นั่งมีจำนวนจำกัด ลงทะเบียนได้ที่ QR Code ในภาพประชาสัมพันธ์
https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSdk7skZxxO27XqsHPJPuqBDuIKd9sCX4rAF3wwIfXKu_PWcLQ/viewform

#งานเสวนา #วิศวกรรม #ความปลอดภัยโครงสร้าง #เข้าร่วมฟรี

🚧 เริ่มงานติดตั้งระบบ Tunnel Geotechnical Monitoring📍 โครงการอุโมงค์รถไฟทางคู่ ช่วง อำเภอสอง จังหวัดแพร่ดำเนินงานโดย ITD...
23/10/2025

🚧 เริ่มงานติดตั้งระบบ Tunnel Geotechnical Monitoring
📍 โครงการอุโมงค์รถไฟทางคู่ ช่วง อำเภอสอง จังหวัดแพร่
ดำเนินงานโดย ITD- NWP JV

ทีมงาน Struc Sense เข้าดำเนินการติดตั้ง ระบบตรวจวัดพฤติกรรมทางธรณีเทคนิค (Tunnel Geotechnical Monitoring System) เพื่อเฝ้าระวังและตรวจสอบความปลอดภัยของโครงสร้างอุโมงค์ในระหว่างการก่อสร้าง

บ่ายนี้เตรียมงานติดตั้ง Sensor ทั้งหมด
1) Rock bolt load cell 2 set
2) Strain Gauge 5 set
3) MPBX 3 set.
4) Radial / Tangential pressure load cell 10 set

การติดตั้งครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ทีมวิศวกรสามารถ ติดตามพฤติกรรมของอุโมงค์ได้อย่างต่อเนื่องป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และเพิ่มความมั่นใจด้านความปลอดภัยในการก่อสร้างโครงสร้างขนาดใหญ่

“Struc Sense – เราตรวจจับความเคลื่อนไหว เพื่อความปลอดภัยของทุกโครงสร้าง”

☎️สามารถสอบถามเพิ่มเติม : 096 275 3284
💙 www.gmeengineers.com

💡🏢ทีม Struc Sense เข้าติดตั้งระบบเซนเซอร์ตรวจสอบโครงสร้างอาคาร (SHM System) ที่โครงการ QUINTARA MHy’DEN PHO NIMIT 👷 เข้า...
22/10/2025

💡🏢ทีม Struc Sense เข้าติดตั้งระบบเซนเซอร์ตรวจสอบโครงสร้างอาคาร (SHM System) ที่โครงการ QUINTARA MHy’DEN PHO NIMIT

👷 เข้าดำเนินการ ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจวัดโครงสร้าง (Structural Health Monitoring: SHM) ภายในโครงการ คอนโดหรู QUINTARA MHy’DEN PHO NIMIT เพื่อใช้ตรวจสอบการสั่นสะเทือนและการเคลื่อนตัวของโครงสร้างแบบเรียลไทม์ เทคโนโลยีนี้ช่วย เพิ่มความปลอดภัยของอาคาร และ สร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับผู้พักอาศัย ในทุกช่วงเวลาการใช้งาน

ไม่ต้องรอให้เกิดเหตุไม่คาดคิด 🥰
เพราะวันนี้คุณสามารถ ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวของอาคาร เพื่อ ป้องกันความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยได้ก่อนใคร

ติดต่อสอบถาม : 096-275-3284
www.gmeengineers.com

⚠️🏢 จากเหตุการณ์ถนนทรุดตัวบริเวณหน้า รพ. วชิรพยาบาล ถนนสามเสน Struc Sense ได้เข้าติดตั้ง ( Tilt Measurement/  Tilt Meter...
20/10/2025

⚠️🏢 จากเหตุการณ์ถนนทรุดตัวบริเวณหน้า รพ. วชิรพยาบาล ถนนสามเสน Struc Sense ได้เข้าติดตั้ง ( Tilt Measurement/ Tilt Meter/ sensor ) เพื่อตรวจสอบค่าการเอียงของเกินจากค่ามาตรฐานระดับสีส้ม ( warning) 0.101 ‘ < phi หรือ Theta < 0.200’ warning alert ที่ 0.150 ‘ อาคารทรุดตัวมาก ถึงระดับที่ต้องทุบทิ้งอย่างเดียว #ผลการวิเคราะห์SHMช่วยเตือนภัยล่วงหน้า ☢️

24/09/2025

🚑เช้ามืดวันนี้ (24 ก.ย.68) มีรายงานถนนทรุดตัวบริเวณหน้า วชิรพยาบาล ถนนสามเสน
🏢 ด้วยเหตุนี้ได้เวลา SHM ( structural Health monitoring) แล้ว เราจะไม่ปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขี้นอีก โดยไม่การเตือนล่วงหน้าอีกต่อไป การก่อสร้างในประเทศไทยต้องมีมาตราฐานความปลอดภัยสูงกว่านี้ ด้วยระบบการตรวจสอบการเคลื่อนตัวของดินและการวัดแรงดันน้ำใต้ดิน inclinometer และ piezometer หนึ่งในมาตราฐานความปลอดภัยการก่อสร้าง ระบบ SHM ( Structural Health Monitoring)
รายละเอียดสอบถามโดยตรง ☎️ 081 827 4741 / 096 275 3284

EP.04 > เพื่อให้เห็นความต่างระหว่าง ระบบ SHM “ทั่วไป” ที่ใช้เซนเซอร์เดียว กับแนวคิดของ Move Solutions , Italy 🇮🇹 ที่เราใ...
09/09/2025

EP.04 > เพื่อให้เห็นความต่างระหว่าง ระบบ SHM “ทั่วไป” ที่ใช้เซนเซอร์เดียว กับแนวคิดของ Move Solutions , Italy 🇮🇹 ที่เราใช้ระบบใช้หลายชนิดเซนเซอร์ประกอบกัน

1. เหตุผลที่ระบบ SHM ทั่วไปมักใช้แค่ Acceleration Sensor
ปัจจัย คำอธิบาย
ราคาถูกและติดตั้งง่าย Accelerometer ตัวเดียวสามารถบอกค่าการสั่น (vibration) และนำมาคำนวณความถี่ธรรมชาติ (Natural Frequency) ได้ จึงถูกใช้เป็นเซนเซอร์หลักในหลายโครงการ
โฟกัสเฉพาะการวิเคราะห์เชิง Dynamic หลายระบบ SHM เดิมถูกออกแบบมาเพื่อจับ “เหตุการณ์สั่นสะเทือน” เช่น แผ่นดินไหว หรือการสั่นจากเครื่องจักร จึงไม่จำเป็นต้องวัดตัวแปรอื่น
โครงสร้างซอฟต์แวร์และวิธีการวิเคราะห์ไม่ซับซ้อน ใช้เพียงข้อมูล acceleration → แปลงเป็น displacement/velocity → วิเคราะห์พฤติกรรมโครงสร้าง
ข้อจำกัดทางงบประมาณ หน่วยงานเจ้าของโครงการอาจต้องการลดต้นทุนโดยเลือกเซนเซอร์ที่ “ครอบคลุมได้หลายการวิเคราะห์” ในตัวเดียว

2. เหตุผลที่ Move Solutions เพิ่มเซนเซอร์หลายชนิด
Move ใช้แนวคิด Multi-parameter sensing เพราะมองว่า “พฤติกรรมโครงสร้าง” ไม่ได้เกิดจากตัวแปรเดียว
ตัวอย่างเช่น ชนิดเซนเซอร์ สิ่งที่วัด ประโยชน์เสริม
Acceleration Sensor อัตราเร่ง, การสั่นสะเทือน, Natural Frequency จับเหตุการณ์ dynamic เช่น แผ่นดินไหว, impact load
Vibration Sensor (High resolution) ความสั่นสะเทือนต่อเนื่องละเอียด เหมาะสำหรับตรวจจับ vibration ระดับต่ำที่ Acceleration sensor บางรุ่นอาจไม่แม่น
Tiltmeter การเอียง (tilt angle) ของโครงสร้าง จับการเปลี่ยนแปลงช้า เช่น การทรุดตัว, creep, ดินสไลด์
Displacement Sensor ระยะเคลื่อนที่จริง ยืนยันผลจาก tilt หรือ vibration
Strain Gauge ความเครียดในวัสดุ บอกการกระจายแรงและจุดวิกฤติ
Crack Sensor ขนาดและการขยายของรอยร้าว ตรวจจับความเสียหายเชิงกายภาพโดยตรง
Environment Sensor อุณหภูมิ, ความชื้น ปรับแก้ค่าในการวิเคราะห์ เพื่อแยกผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม

3. ข้อดี / ข้อเสีย
ด้าน ระบบทั่วไป (Accelerometer เดียว) Move Solutions (หลายชนิดเซนเซอร์)
ต้นทุนติดตั้ง ต่ำ (1–2 จุดหลักก็เพียงพอ) สูงขึ้นตามจำนวนและชนิดเซนเซอร์
ความครอบคลุมข้อมูล จำกัด เฉพาะ dynamic response ครอบคลุมทั้ง dynamic + static + environment
ความแม่นยำในการระบุสาเหตุ บอกได้ว่ามี “การเปลี่ยนแปลง” แต่หาสาเหตุชัดเจนยาก สามารถ cross-check ข้อมูลหลายมิติ เพื่อหาสาเหตุได้แม่นยำ
การซ่อมบำรุง ง่ายเพราะมีอุปกรณ์น้อย ยุ่งยากขึ้นเพราะมีหลายอุปกรณ์และหลายจุดติดตั้ง
การวิเคราะห์ระยะยาว (Long-term monitoring) อาจพลาดความเปลี่ยนแปลงช้า เช่น การเอียง, การทรุด ตรวจจับได้แม้การเปลี่ยนแปลงช้า ทำให้วางแผนซ่อมเชิงป้องกันได้ดี
การตรวจสอบหลังเหตุการณ์ มีข้อมูล vibration/acceleration เท่านั้น มีข้อมูลหลากหลาย ทำ forensic analysis ได้แม่น

4. สรุปความเห็น
• ระบบ SHM แบบ เซนเซอร์เดียว เหมาะกับโครงการที่ต้องการติดตั้งง่าย ราคาถูก เน้นจับเหตุการณ์สั่นสะเทือนใหญ่ๆ และไม่ต้องการวิเคราะห์เชิงลึก
• ระบบแบบ Multi-sensor (Move Solutions) เหมาะกับงานที่ต้องการ “เข้าใจพฤติกรรมโครงสร้างแบบครบวงจร” ทั้ง dynamic + static + environmental และต้องการทำ predictive maintenance เพื่อลดความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายระยะยาว
• หากเทียบกับการแพทย์:
• Accelerometer เดียว = ตรวจชีพจรอย่างเดียว
• Multi-sensor = ตรวจเลือด, วัดความดัน, เอกซเรย์, และทำ MRI
คาดว่าจะสร้างความเข้าใจให้มากขึ้นสำหรับ ท่านที่ที่มีความสงสัยเกี่ยวกับระบบ Single-sensor vs Multi-sensor

, 🙂

EP.03 🏢การติดตั้งระบบ **Structural Health Monitoring (SHM)** ในอาคารขนาดใหญ่ เช่น **คอนโดมิเนียม** และ **โรงพยาบาล** ให้...
01/09/2025

EP.03 🏢การติดตั้งระบบ **Structural Health Monitoring (SHM)** ในอาคารขนาดใหญ่ เช่น **คอนโดมิเนียม** และ **โรงพยาบาล** ให้ประโยชน์หลายด้าน โดยสามารถแบ่งออกเป็นข้อๆ ดังนี้
1. การตรวจสอบความปลอดภัยของโครงสร้าง (Structural Safety)
- **ตรวจจับความเสียหายตั้งแต่เนิ่นๆ** เช่น รอยร้าว การเสื่อมสภาพของคอนกรีต หรือการกัดกร่อนของเหล็กเสริม
- **ประเมินความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ** เช่น แผ่นดินไหว น้ำหนักเกิน设计 (Overload) หรือการทรุดตัวของฐานราก
- **ลดโอกาสเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง** เช่น การพังทลายของโครงสร้าง (Collapse) ที่อาจส่งผลต่อชีวิตและทรัพย์สิน
2. การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)
- **วางแผนซ่อมแซมได้อย่างแม่นยำ** โดยใช้ข้อมูลจากเซ็นเซอร์ (เช่น Strain Gauges, Accelerometers) เพื่อระบุจุดที่ต้องการการดูแล
- **ลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว** โดยหลีกเลี่ยงการซ่อมแซมแบบเร่งด่วน (Emergency Repair) ที่มีค่าใช้จ่ายสูง
- **เพิ่มอายุการใช้งานของอาคาร** ด้วยการเฝ้าระวังสภาพโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง
3. การตอบสนองต่อภัยพิบัติ (Disaster Response)
- **ประเมินความเสียหายหลังเหตุการณ์ฉุกเฉิน** เช่น แผ่นดินไหว ไฟไหม้ หรือน้ำท่วม เพื่อตัดสินใจอพยพหรือใช้งานอาคารต่อได้อย่างปลอดภัย
- **ตรวจสอบความมั่นคงในเวลาจริง (Real-time Monitoring)** โดยเฉพาะในโรงพยาบาลที่ต้องทำงานต่อเนื่องแม้เกิดภัยพิบัติ
- **ลด Downtime ของอาคาร** ทำให้สามารถกลับมาใช้งานได้เร็วขึ้น
4. การตรวจสอบตามกฎหมายและมาตรฐาน (Compliance & Standards)
- **ปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎหมาย** เช่น มาตรฐานอาคารสูง (เช่น ISO 18649, ASCE SHM Guidelines)
- **เตรียมเอกสารสำหรับการตรวจสอบ (Audit)** โดยมีข้อมูลย้อนหลังเพื่อแสดงความปลอดภัยของอาคาร
- **ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย** ในกรณีเกิดอุบัติเหตุจากความล้มเหลวของโครงสร้าง
5. การเพิ่มประสิทธิภาพการออกแบบในอนาคต (Future Design Optimization)
- **เก็บข้อมูลพฤติกรรมโครงสร้าง** (เช่น การสั่นสะเทือน การกระจายน้ำหนัก) เพื่อใช้ปรับปรุงการออกแบบอาคารในอนาคต
- **ทดสอบประสิทธิภาพของวัสดุใหม่ๆ** เช่น คอนกรีตเสริมเส้นใย (FRC) หรือระบบฐานรากแบบพิเศษ
6. การบริหารทรัพย์สินและมูลค่าอาคาร (Asset Management)
- **เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับนักลงทุนและผู้อยู่อาศัย** โดยแสดงถึงความใส่ใจในความปลอดภัย
- **รักษามูลค่าทรัพย์สิน** เนื่องจากอาคารที่มีระบบ SHM มักมีมูลค่าสูงกว่าอาคารทั่วไป
- **ลดค่าใช้จ่ายประกันภัย** เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำกว่า
7. การใช้งานเฉพาะในโรงพยาบาล (Hospital-Specific Benefits)
- **ป้องกันการหยุดชะงักของบริการ** เช่น ห้องผ่าตัดหรือห้อง ICU ที่ต้องมั่นใจในความมั่นคงของโครงสร้าง
- **ตรวจสอบการสั่นสะเทือนจากอุปกรณ์ทางการแพทย์** (เช่น MRI) ที่อาจส่งผลต่อโครงสร้าง
- **เพิ่มความเชื่อมั่นของผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่** ว่าอาคารมีความปลอดภัยสูง
8. การใช้งานเฉพาะในคอนโดมิเนียม (Condominium-Specific Benefits)
- **เพิ่มความมั่นใจให้ผู้ซื้อและผู้เช่า** ว่าอาคารได้รับการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ
- **ลดข้อโต้แย้งระหว่างผู้บริหารคอนโดและผู้อยู่อาศัย** ในกรณีปัญหาโครงสร้าง
- **ตรวจสอบผลกระทบจากกิจกรรมของผู้อยู่อาศัย** เช่น การปรับปรุง单元ที่อาจส่งผลต่อโครงสร้างหลัก
สรุป
ระบบ SHM ไม่เพียงช่วย **ยืดอายุอาคาร** และ **ลดความเสี่ยง** แต่ยังเพิ่ม **ประสิทธิภาพการบริหารจัดการ** โดยเฉพาะในอาคารสำคัญเช่น **คอนโดมิเนียม** และ **โรงพยาบาล** ที่ต้องการความปลอดภัยและการใช้งานต่อเนื่องในระยะยาว

#ตรวจสอบอาคาร ☺️

EP.02 ทำไมต้องติดตั้งระบบ SHM ? 🥇🏢1) มันคือการตรวจสอบสภาพอาคารแบบเชิงลึกและยั่งยืน เพราะเราไม่รู้หรือไม่ทราบมาก่อนเลยว่า...
22/08/2025

EP.02 ทำไมต้องติดตั้งระบบ SHM ? 🥇🏢
1) มันคือการตรวจสอบสภาพอาคารแบบเชิงลึกและยั่งยืน เพราะเราไม่รู้หรือไม่ทราบมาก่อนเลยว่ามันได้สร้างหรือทิ้งอาการแอบแฝงความเสียหาย และสร้างโอกาสแห่งการเกิดเหตุ ( damage inside structure ) หรือได้สร้างความชำรุดแตกร้าวหรือไม่ ( small crake inside ) หรือได้สร้างความยึดตัว ยุบตัว หดตัว กับโครงสร้าง หรือฐานรากของอาคารหรือไม่ ( Stress - strain Monitoring / Foundation settlement Monitoring ) หรือได้สร้างการเอนตัว เอียงตัวของอาคาร( Tilt Monitoring ) หรือไม่ อย่างไร รวมทั้งสภาพภายในโครงสร้างคอนกรีตมีโอกาสชำรุดอย่างไรหรือไม่ ( Structure condition Monitoring ) หรือมันได้ทิ้งร่องรอยอะไรหรือไม่ รวมทั้งเรายังไม่เคยเก็บข้อมูลเบื้องต้น พื้นฐานของอาคารไว้อ้างอิงในอนาคตไว้ให้เราบ้าง หรือไม่ ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับค่ามาตราฐานสากล international Building code (IBC ) / ASCE 7 (USA) / Eurocode8 EN1998-1 / Japanese standard ,Building standard Law of Japan ( BSL ) และอื่นๆ
2) มันคือการเฝ้าติดตามและดูแนวโน้มของอาคาร พยากรณ์ที่แม่นยำที่สุด ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม ในอนาคตมีโอกาสเกิดภัยพิบัติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว ครั้งที่รุนแรงน้อยกว่านี้ หรือรุนแรงมากกว่านี้ หรือเกิดพายุพัดรุนแรง ลมกระโชก ลมแปรป่วนที่ปะทะกับอาคาร กระทำซ้ำๆ จนเกิดพฤติกรรมการเคลื่อนตัวของอาคารอย่างไร ( ควรติดตั้ง GPS Monitoring ตอบและบันทึกข้อมูลตัวนี้ได้ ) จะก่อให้เกิดการบิดตัว โยกตัว ลักษณะไหนอย่างไร เกินกว่ามาตราฐาน ( Out of standard ) หรือไปพ้องกับความถี่ธรรมชาติของอาคาร( Building Natural Frequency ) หรือไม่ ความ น้ำท่วมรุนแรง เกิดการทรุดตัวของฐานรากหรือไม่ ( Foundation settlement ) หรือแม้นกระทั่งการจราจรหนักหน่วง รถจำนวนมาก ผู้คนจำนวนมาก หรือแม้นกระทั่งการรับภาระน้ำหนักบรรทุกที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ( Dynamic live load movement )
3) มันคือระบบตรวจจับค่าความถี่ธรรมชาติของอาคาร เนื่องจากเราไม่เคยวัดความถี่ธรรมชาติของอาคารเลย ( นำเสนอติดตั้ง Building frequency Monitoring ) ซึ่งควรมีการวัดทุกปี และไม่เคยทราบด้วยซ้ำไปว่ามันมีค่าเท่าไหร่ ซึ่งมันจะมีผลกับการวิบัติของอาคารโดยตรงอย่างไร หากมันฟ้องกับความถี่ของแผ่นดินไหว ( Resonance Frequency ) คืือสิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้า
4) มันช่วยทำให้เราสามารถเตรียมตัวป้องกันปัญหาการชำรุดที่เกิดขึ้นกับตัวอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ( Preventive Maintenance ) ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมฉุกเฉิน ( Breakdown Repair ) ได้มาก.........................................................................................................
สนใจติดต่อเรา : 096 275 3284

21/08/2025

SHM ช่วยลดความเสี่ยงจากอาคารถล่ม
ในอดีต เวลาที่อาคารถล่มหรือโครงสร้างเสียหายอย่างรุนแรง มักจะเกิดจาก “ความผิดปกติเล็กๆ” ที่ไม่ได้รับการสังเกต เช่น รอยร้าว, การทรุดตัวของฐานราก, หรือแรงสั่นสะเทือนสะสมจากการใช้งานเป็นเวลานาน ซึ่งปัญหาเหล่านี้ แทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และกว่าจะรู้ตัว ก็สายเกินไป

นี่คือเหตุผลที่เทคโนโลยี SHM – Structural Health Monitoring
ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อ “ตรวจจับอาการผิดปกติ” เหล่านี้แบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องรื้อหรือทำลายโครงสร้าง

SHM ช่วยลดความเสี่ยงได้ยังไง?

✅ ติดตั้งเซ็นเซอร์ไว้ตามจุดสำคัญของโครงสร้าง
เช่น คาน เสา พื้น ฐานราก เพื่อวัดค่าต่างๆ เช่น แรงกด, การสั่นสะเทือน, รอยร้าว, หรือการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้าง

✅ แจ้งเตือนทันทีเมื่อมีสิ่งผิดปกติ
ระบบ SHM จะส่งสัญญาณเตือนให้เจ้าของอาคารหรือวิศวกรทราบทันทีหากมีค่าผิดปกติ เพื่อให้ตรวจสอบหรือแก้ไขก่อนจะเกิดอุบัติเหตุ

✅ สะสมข้อมูลเพื่อวิเคราะห์แนวโน้มในระยะยาว
ช่วยให้เห็นภาพว่าโครงสร้างมีการเสื่อมหรืออ่อนแรงอย่างไรบ้าง และควรวางแผนซ่อมแซมหรือเสริมความแข็งแรงเมื่อใด

ผลวิจัยจากหลายประเทศพบว่า

“อาคารที่ติดตั้งระบบ SHM สามารถลดความเสี่ยงจากการถล่มหรือความเสียหายรุนแรงลงได้ มากถึง 70%
โดยเฉพาะในอาคารสูง, โรงงาน, สะพาน, หรือพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหว”

ใครควรติดตั้ง SHM?
✅ อาคารสูง / อาคารสาธารณะ
✅ โครงการที่ใช้งานมากกว่า 10 ปี
✅ โรงงานอุตสาหกรรม
✅ สะพาน, อุโมงค์, หรือโครงสร้างที่รับน้ำหนักมาก
✅ อาคารในพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติ เช่น แผ่นดินไหว, น้ำท่วม, ดินถล่ม

SHM ไม่ใช่เทคโนโลยีที่ “มีไว้ก็ได้ ไม่มีก็ไม่เป็นไร” แต่คือ ตัวช่วยสำคัญในการรักษาชีวิตและทรัพย์สิน
เพราะอาคารไม่ถล่มในวันเดียว — แต่ความเสียหายค่อยๆ สะสม และ SHM คือ “ดวงตาที่คอยจับตา” ความผิดปกตินั้นก่อนที่มันจะกลายเป็นภัยร้ายแรง

😍 😍
#ระบบอัจฉริยะ

20/08/2025

EP.01 เราเรียกระบบนี้ว่า ระบบการตรวจสอบสุขภาพโครงสร้างแบบสมาร์ท (Smart Structural Health Monitoring) ด้วยการบริการระดับโลกทั้งในการวิเคราะห์โครงสร้างแบบ Dynamic & Static เรามีระบบตรวจสอบโครงสร้างแบบไร้สาย Wireless system ที่โดดเด่นและเซ็นเซอร์ Sensor ที่ได้รับสิทธิบัตร สำหรับโครงสร้างพื้นฐานทางวิศวกรรมโยธาทุกประเภท
จากฝ่ายวิจัยและพัฒนา (R&D) เราได้ให้กำเนิด Move-X ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มุ่งเน้นการสนับสนุนองค์กรทั่วโลกในการออกแบบอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงที่ใช้พลังงานต่ำ LaRaWAN เพื่อใช้แนวทางที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (data-driven) ในการจัดการกระบวนการและทรัพยากร
เซ็นเซอร์ของเราเป็นแบบไร้สาย มีต้นทุนต่ำ ไม่ทำลายโครงสร้าง แข็งแรงทนทาน และมีขนาดกะทัดรัด ติดตั้งและกำหนดค่าได้ง่าย เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับโครงสร้างที่เข้าถึงยาก ซึ่งระบบแบบใช้สายอาจทำให้การติดตั้งซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูง หรือสำหรับอาคารเก่าแก่ที่ต้องการความเอาใจใส่เป็นพิเศษและเทคโนโลยีที่ไม่ทำลายโครงสร้าง
ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยี IoT ล่าสุดเข้ากับความเชี่ยวชาญเชิงลึกในอุตสาหกรรม เรากำลังเปลี่ยนแปลงโลก ทางด้านการตรวจสอบสุขภาพโครงสร้าง
โซลูชันการตรวจสอบแบบไร้สายของเรา ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่
1) เครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สายนวัตกรรมใหม่
2) เกตเวย์สื่อสาร LoRaWAN
3) แพลตฟอร์มแสดงผลข้อมูลออนไลน์
การตรวจสอบแบบไร้สายมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการก่อสร้าง บำรุงรักษา และความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐาน ช่วยยกระดับคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัยของระบบตรวจสอบสุขภาพโครงสร้าง (SHM)
เราเลือกใช้ระบบการออกแบบเทคโนโลยีตรวจสอบระยะไกลและไร้สาย
เพื่อเข้าถึงข้อมูลพฤติกรรมของโครงสร้างใดๆก่อน ระหว่าง และหลังการก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์และบริการของเรา จะให้ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ สนับสนุนวิศวกรโยธาและวิศวกรโครงสร้างในการทำงานและความท้าทายที่เกิดขึ้นในอนาคต ครับ.... "

😍 😍

ที่อยู่

30/283 ซอยงามวงศ์วาน47 แยก1 (ชินเขต 2/1) แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่
Bangkok
10210

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Struc Senseผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์