23/03/2025
จีนประหยัดแล้วนะ!!ไทยเริ่มยัง!!!
ร้านอาหารในจีนกระเสือกกระสน! เจ๊ง 3,000,000 ร้าน ปีที่แล้ว! "สงครามราคา" สุดโหด แข่งตัดราคา ไม่ใช่แข่งที่รสชาติ! เพราะคนประหยัดจัดๆ ในยุคที่เงินหายาก!
เทรนด์ตอนนี้ เน้นกาแฟแก้วละ 9.9 หยวน (46 บาท) และเซ็ตครอบครัว อาหารชุด 4 คน 99 หยวน (460 บาท)
*ก็ตลกดีแฮะ ตรงข้ามกับไทย ที่ร้านแพงๆ ยิ่งขายดิบขายดี (ยิ่งที่เจ้าของเพิ่งออกหนังสือสดๆ ร้อนๆ ; ที่เอาอาหารไทยไป "ยกระดับ" กลายพันธุ์เป็นสำหรับ "ผู้ดีพุงแดง ตะแคงพุงแ_ก" --- ประสบความสำเร็จล้นหลาม หลายเจ้า)
***ถึงทุกวันนี้ ก็ยังงงๆ เวลาดูรายการแข่งทำอาหาร แล้วโจทย์ว่า "ยกระดับ" ข้าวมันไก่ หรือ "ยกระดับ" หมูสะเต๊ะ ... เอ๊ะ ก็สงสัยว่าไอ้ข้าวมันไก่ ไอ้หมูสะเต๊ะที่เราๆ กินกันมันชั้นต่ำขนาดไหน ถึงต้องวานเชฟเทวดามาช่วยยกขึ้น ...
ก่อนจะนอกเรื่องไปไกล
ตอนนี้ เมืองใหญ่ๆ อย่างปักกิ่ง (เป่ยจิง) / เซี่ยงไฮ้ (ซั่งไห่) / กวางเจา (ก่วงโจว) / เซินเจิ้น --- อัตราการปิดตัวของร้านอาหาร ทะลุ 10%
บางช่วง เผลอๆ ปาเข้าไป 15%
ทั้งประเทศ เฉลี่ย ร้านอาหารเปิดใหม่อยู่ได้แค่ 500 วันก็จอด
ถ้าปักกิ่ง ก็เร็วหน่อย ปีเดียวก็บ๊ายบายแล้ว
จีนเผชิญวิกฤติ "เงินฝืด" --- ข้าวของที่ควรจะต้องแพงขึ้น ดันถูกลง
ถูกแข่งกัน
ซึ่งไม่ใช่เรื่องดี สำหรับพ่อค้าแม่ค้าและโรงงาน ... มันจะเจ๊งเอาได้
ยิ่งขายถูก กำไรยิ่งแคบ
ทำไปทำมา จะถึงขั้นขาดทุนเอา
ร้านอาหารในจีน แห่เปิดกันบานเบอะ ตอนกลับมาเปิดประเทศหลังโควิด
คนอัดอั้นจากล็อกดาวน์ ต้องช้อปล้างแค้น! กินระบายแค้น! จับจ่ายใช้สอยกันกระหน่ำ!
❌❌❌
เปล่าเลย!!! ผิดถนัด
หลังโควิดกลายเป็นหนืด เงินหาลำบาก คนระมัดระวังมากขึ้นมากๆ --- อะไรไม่จำเป็นจริงๆ ก็ไม่อยากจ่าย
มิหนำซ้ำ คนตกงานเยอะ ยิ่งจากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังร่อแร่ หรือจากสายธุรกิจการศึกษา สายการเงิน หรือสายไหนก็เหอะ
พอไม่มีงาน แต่มีเงินก้อน ก็เปิดร้านอาหารเอา
เปิดกันจ้าละหวั่น ก็ยิ่งต้องแข่งขันเอาตัวรอด
ร้านอาหารที่เล่นตลาดกลางๆ ในจีนนี่หนักสุด
(ราคาประมาณ 100-120 หยวน/หัว ; ราวๆ 460-550 บาท/หัว)
ร้านเหล่านี้ เจ๊งแหลกลาญ
*ซึ่งกลับเป็นร้านกลุ่มที่ค่อนข้างไปได้ดีในไทย (จากสายตาผมนะ ไม่มีสถิติอิง)
***ที่เขียนข้างบนๆ ถึงได้อ้างถึงบรรดาเชนร้านอาหารของคนคนนั้นในไทย เพราะราคามันประมาณนี้แหละ
แต่ผลประกอบการ ตรงกันข้าม คนละเรื่องเลย!
ร้านกลุ่มนี้ในจีนต้องหั่นราคาสู้ ทำสงครามราคา
แต่มันก็หั่นมาได้ถึงจุดจุดหนึ่งแหละ มีขีด
สุดท้าย ก็ต้องไปดิ้นรนลดต้นทุนสุดๆ เอา
ได้บ้างไม่ได้บ้าง
ถ้าไม่ไหว ก็โบกมือลา จบ
คนจีนก็ไม่เรื่องมาก
ขอให้ราคามันถูกกว่าไว้ก่อน --- อร่อยน้อยหน่อย คุณภาพบางลงหน่อย แต่ประหยัดกระเป๋าได้มาก ก็เอา
(แต่ความจริง ความอร่อยก็มีผลบ้างแหละ --- จีนมีร้านมากให้เลือก ถูกด้วย ความอร่อยพอได้ พอถูๆ ไถๆ ด้วย มันก็มี)
พอเป็นเทรนด์นี้ ร้านอาหารก็อยู่ยากขึ้นๆ ๆ
ปี 2020 มีร้านปิด 3 แสนร้าน
ค่อยๆ ไต่ขึ้นมาเรื่อยๆ
ข้ามมาปี 2023 ปิดไป 1.4 ล้าน
ปี 2024 นี่สิ กระโดดปรู๊ด ขึ้นไปเฉียด 3 ล้านเลย
2025 นี่ยังไง
น่ากลัวมาก
หม่ำๆ